สพฉ วางระบบ EMS รับมือน้ำท่วม พร้อมเร่งอัปเกรด RNIS สายด่วนกู้ชีพดิจิทัลให้ครอบคลุม
facebook Iconx Iconline Icon

การแพทย์

สพฉ.วางระบบ EMS รับมือน้ำท่วม พร้อมเร่งอัปเกรด RNIS สายด่วนกู้ชีพดิจิทัลให้ครอบคลุม

Clock Icon

2 ตุลาคม 2569

เวลาเกิดภัยพิบัติ นอกจากกำลังกู้ภัยในพื้นที่แล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือระบบสื่อสารและการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง เพราะหากสายด่วน หรือระบบรับแจ้งเหตุและสั่งการเกิดปัญหา การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินก็อาจสะดุดไปพร้อมกันได้

ซึ่งปราจีนบุรีก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หน่วยงานในพื้นที่จึงต้องเตรียมการรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การรับแจ้งเหตุและการช่วยเหลือผู้ป่วยยังดำเนินต่อได้แม้สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ได้ส่งทีมสื่อสารส่วนหน้าเข้าพื้นที่ เพื่อดูแลให้ระบบกู้ชีพยังทำงานได้ต่อเนื่อง พร้อมประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เตรียมจัดตั้ง “ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการเสมือน” เป็นศูนย์สำรองสำหรับรับสาย 1669 และสั่งการรถพยาบาล หากศูนย์หลักที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้งานได้

พร้อมเข้าร่วมประชุมกับศูนย์บัญชาการจังหวัด เพื่อวางแผนลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือและทางอากาศ หากเส้นทางทางบกไม่สามารถใช้งานได้ พร้อมประสานทีมกู้ชีพและมูลนิธิจากนอกพื้นที่ให้เข้ามาสนับสนุนและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

นอกจากการรับมือในพื้นที่ปราจีนบุรีแล้ว ยังมีการประสานติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างระยองและจันทบุรี รวมถึงเฝ้าระวังมวลน้ำจากภาคเหนือที่อาจไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง เช่น สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมความพร้อมของศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการในแต่ละจังหวัด และให้สามารถส่งต่อผู้ป่วยข้ามพื้นที่ได้อย่างต่เนื่องหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

“เสริมระบบดิจิทัล” ช่วยให้การแพทย์ฉุกเฉินรับมือได้ต่อเนื่อง

อีกส่วนที่ สพฉ. เร่งดำเนินการคือการพัฒนาศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการให้เป็นระบบดิจิทัล หรือระบบ RNIS (Real-time Navigation and Intelligence System) เพื่อยกระดับการทำงานของศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการให้สามารถรับข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ และประสานทีมกู้ชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจุบัน สพฉ. ได้ยกระดับศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการใน 42 จังหวัดเข้าสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบแล้ว ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านระบบการแพทย์ฉุกเฉินจากการทำงานที่พึ่งพาการสื่อสารแบบเดิม ไปสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินแบบเป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์น้ำท่วม เทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากสภาพพื้นที่ได้ เช่น

  • ระบุตำแหน่งผู้ป่วยได้แม่นยำ : ช่วยระบุพิกัดของผู้แจ้งเหตุ ทำให้ทีมกู้ชีพเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ แม้พื้นที่โดยรอบจะถูกน้ำท่วมจนไม่มีป้ายหรือจุดสังเกตที่ชัดเจน

  • หาเส้นทางที่ยังใช้ได้ : ช่วยนำทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ถูกน้ำท่วมหรือตัดขาด เพื่อให้ทีมกู้ชีพเข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วขึ้น

  • ส่งต่อข้อมูลให้โรงพยาบาลล่วงหน้า : ข้อมูลอาการและสัญญาณชีพจากรถพยาบาลสามารถส่งไปยังโรงพยาบาลปลายทาง เพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมพร้อมก่อนผู้ป่วยมาถึง

  • เชื่อมโยงการทำงานระหว่างพื้นที่ : เมื่อเกิดเหตุที่มีผลกระทบหลายจังหวัด ระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงกันจะช่วยให้สามารถประสานทีมกู้ชีพและการส่งต่อผู้ป่วยข้ามพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง

จาก “สายด่วน 1669” สู่โครงสร้างพื้นฐานการแพทย์ฉุกเฉินยุคดิจิทัล

การพัฒนาระบบนี้ไม่ได้หมายถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่สะดวกขึ้นเท่านั้น แต่มีความหมายต่อเรื่อง “การเข้าถึงบริการทางการแพทย์” โดยตรง

เพราะในไทย ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ได้อยู่เฉพาะในพื้นที่ที่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรืออยู่ใกล้ศูนย์กลางเมือง แต่กระจายอยู่ทั้งในพื้นที่ชนบท พื้นที่ห่างไกล และพื้นที่ที่อาจถูกตัดขาดจากภัยพิบัติในบางช่วงเวลา

เทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดเรื่องระยะทางและพื้นที่ได้ในระดับหนึ่ง จากเดิมที่การเข้าถึงบริการฉุกเฉินอาจขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยอยู่ที่ไหนและทีมกู้ชีพอยู่ไกลแค่ไหน แต่ระบบดิจิทัลช่วยให้หน่วยงานสามารถมองเห็นข้อมูลตำแหน่ง เส้นทาง และสถานการณ์แบบใกล้เคียงเวลาจริงมากขึ้นทำให้การจัดสรรทรัพยากรและการส่งต่อผู้ป่วยมีข้อมูลประกอบมากกว่าเดิม

ในมุมนี้ เทคโนโลยีจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือของระบบการแพทย์ แต่สามารถเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยทำให้ การเข้าถึงบริการทางการแพทย์มีความทั่วถึงและเท่าเทียมมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สธ_เชื่อมข้อมูลสุขภาพผู้ป่วย_22_จังหวัด_ลดรอยต่อการรักษาท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม

สธ. เชื่อมข้อมูลสุขภาพผู้ป่วย 22 จังหวัด ลดรอยต่อการรักษาท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม

เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมและขยายเป็นวงกว้างนั้น ไม่เพียงสร้างความเสียหายให้บ้านเรือน ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ แต่ยังสร้างข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนด้วย

clock4 วันที่แล้ว
ไทยเร่งปั้น_Medical_AI_ลดนำเข้าเทคโนโลยีการแพทย์_ดัน_44_ธุรกิจสู่ตลาดโลก

ไทยเร่งปั้น Medical AI ลดนำเข้าเทคโนโลยีการแพทย์ ดัน 44 ธุรกิจสู่ตลาดโลก

clock10 วันที่แล้ว
รัฐดัน_AI_ช่วยคัดกรอง_โรคสะเก็ดเงิน_ผ่านภาพถ่าย_แม่นยำถึง_95

รัฐดัน AI ช่วยคัดกรอง “โรคสะเก็ดเงิน” ผ่านภาพถ่าย แม่นยำถึง 95%

clock1 เดือนที่แล้ว