ทุนความน่าเชื่อถือ แต้มต่อที่ไทยควรต่อยอด
facebook Iconx Iconline Icon

เศรษฐกิจ - การลงทุน

"ทุนความน่าเชื่อถือ" แต้มต่อที่ไทยควรต่อยอด?

Clock Icon

23 มิถุนายน 2569

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แอนดรูว์ เค.โรส คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS Business School)
มองว่า ไทยมี "ทุนของความน่าเชื่อถือ" ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในยุคที่โลกกำลังเผชิญความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
และห่วงโซ่อุปทานกำลังถูกจัดระเบียบใหม่

เพราะไทยเป็นประเทศที่รักษาสมดุลความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจและประเทศในภูมิภาคมาอย่างยาวนาน
ทำให้ไทยถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือสำหรับการลงทุน

ในวันที่บริษัททั่วโลกกำลังตัดสินใจว่าจะย้ายฐานการผลิตหรือลงทุนที่ไหน ประเทศที่มีเสถียรภาพ

มีความน่าเชื่อถือ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศรอบข้าง จะกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น
ศาสตราจารย์โรสมองว่า "ความน่าเชื่อถือ" ไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์ แต่เป็น "สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์"

ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะเมื่อโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ประเทศที่ได้รับความไว้วางใจจากนานาชาติ ย่อมมีโอกาสดึงดูดการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรทางธุรกิจได้มากกว่า


ไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาส

แม้ประเทศไทยจะมีจุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือ แต่เศรษฐกิจยังต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
การชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเข้ามาอย่างรวดเร็วของ AI ที่กำลังเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจและการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั่วโลก

แต่ ศาสตราจารย์โรสมองว่า ทุกช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงล้วนซ่อนโอกาสไว้เสมอ โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่สามารถปรับตัวได้เร็ว
เพราะที่ผ่านมา หลายประเทศที่กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ต่างเริ่มต้นจากการปรับตัวก่อนผู้อื่น

ดังนั้น การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในวันนี้คงไม่ใช่แค่การลงทุนในเทคโนโลยีหรือ AI เท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากการมีผู้นำที่พร้อมปรับตัว กล้าปรับกลยุทธ์ และสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศและธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในโลกยุคใหม่


พึ่งพา AI มากเกินไป?

ปัจจุบัน องค์กรทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งลงทุนด้าน AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

แต่ผลสำรวจของ Milieu Insight ในปี 2026 ซึ่งสำรวจคนทำงานกว่า 3,000 คนใน 6 ประเทศอาเซียน รวมถึงไทย พบว่า 53% กังวลกับการพึ่งพา AI มากเกินไป มากกว่าความกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวหรือการถูก AI แย่งงาน

ผลสำรวจนี้สะท้อนว่า องค์กรในปัจจุบันไม่ควรเป็นเพียงผู้ใช้งาน AI เท่านั้น แต่ต้องมีบทบาทในการกำหนดแนวทางการใช้ AI อย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะของบุคลากร เพื่อให้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มศักยภาพมากกว่าจะเอาเข้ามาแทนที่คน


ความน่าเชื่อถือจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อ “สามารถต่อยอดได้”

คุณอุษา สกุลคีรีวัฒน์ อาจารย์อาวุโสแห่ง NUS Business School จึงเสนอว่า ธุรกิจไทยควรเร่งลงทุนในการพัฒนาผู้นำ
ยกระดับทักษะดิจิทัล และสร้างบุคลากรที่พร้อมทำงานร่วมกับ AI เพราะองค์กรที่เริ่มลงทุนกับ "คน" ตั้งแต่วันนี้ จะมีโอกาสแข่งขันได้ดีกว่าในอนาคต

ซึ่ง "ทุนของความน่าเชื่อถือ" คือจุดแข็งที่ประเทศไทยสะสมมาอย่างยาวนาน แต่จะสร้างความได้เปรียบได้จริงหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่า ไทยจะสามารถเปลี่ยนความเชื่อมั่นนี้ให้กลายเป็นการลงทุน การพัฒนาคน และนวัตกรรมได้มากเพียงใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐชูกรอบคัดลงทุน_Data_Center_หวังสร้างทักษะ_เชื่อม_SMEs_พร้อมบริหารไฟ_น้ำไม่ให้กระทบประเทศ

รัฐชูกรอบคัดลงทุน Data Center หวังสร้างทักษะ–เชื่อม SMEs พร้อมบริหารไฟ–น้ำไม่ให้กระทบประเทศ

รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการกำกับและคัดกรองโครงการ Data Center หลังไทยมีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 42 โครงการในช่วงปี 67–69 มูลค่ารวมประมาณ 7.5 แสนล้านบาท

clock15 ชั่วโมงที่แล้ว
Data_Center_ไทย_ควรไปต่อหรือพอแค่นี้_เมื่อเม็ดเงินมหาศาล_ต้องแลกกับไฟฟ้าและน้ำของประเทศ

Data Center ไทย...ควรไปต่อหรือพอแค่นี้? เมื่อเม็ดเงินมหาศาล ต้องแลกกับไฟฟ้าและน้ำของประเทศ

clock3 วันที่แล้ว
บีโอไอเดินหน้าปรับเกณฑ์คัดกรอง_Data_Center_เข้มขึ้น_มุ่งดึงการลงทุนที่สร้างประโยชน์ต่อประเทศ

บีโอไอเดินหน้าปรับเกณฑ์คัดกรอง Data Center เข้มขึ้น มุ่งดึงการลงทุนที่สร้างประโยชน์ต่อประเทศ

clock4 วันที่แล้ว