เมื่อสิทธิภาษีต้องแลกด้วยการลงทุนในประเทศ เบื้องหลังภาษี 3 Tiers ใครจะได้เปรียบในตลาด EV ไทย
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

เมื่อสิทธิภาษีต้องแลกด้วยการลงทุนในประเทศ? เบื้องหลังภาษี 3 Tiers ใครจะได้เปรียบในตลาด EV ไทย

Clock Icon

17 กันยายน 2569

หลายปีมานี้ ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ยอดขายรถยนต์โดยรวมลดลงกว่า 20% ในไตรมาสแรกของปี 67 ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถ EV กลับเพิ่มขึ้นถึง 31% สะท้อนว่ารถ EV กำลังเข้ามาแทนที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเร็วขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ไทยเอง ก็เป็นหนึ่งในตลาดที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวกระโดดในภูมิภาค ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ ทั้งการลดภาษีและการอุดหนุนราคา เพื่อเร่งให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า

แต่หากมองลึกลงไปในโครงสร้างอุตสาหกรรม จะพบว่าแม้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น แต่รถที่เข้ามาทำตลาดจำนวน หนึ่งเป็นรถนำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน หรือ CBU

⚫ แรงงานกว่าแสนคนกำลังเผชิญความเสี่ยง จากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่การผลิต

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมแม้เพียงเล็กน้อย ย่อมส่งผลต่อแรงงานเป็นวงกว้างได้ เพราะรถ EV ใช้ชิ้นส่วนประกอบน้อยกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเดิมมากกว่า 50% และปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องของไทยหล่อเลี้ยงแรงงานรวมเกือบ 1 ล้านคน 

โดยมีการคาดการณ์ว่าแรงงานกว่า 110,000 คน หรือ 16.3% ของแรงงานทั้งหมดในกลุ่มการผลิตหลัก อาจต้องย้ายไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่น จากความเสี่ยง 2 ส่วนหลัก คือ ผลกระทบจากปริมาณการผลิตรถยนต์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบจากการปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม

กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต จึงเตรียมเสนอปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่เป็นระบบ 3 Tiers สะท้อนทิศทางนโยบายที่เปลี่ยนจากการใช้ภาษีและเงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นยอดขาย มาเป็นการใช้ภาษีเพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนและการผลิตในประเทศมากขึ้น

⚫ เทียบภาษีรถนำเข้าในอดีต กับรถ EV นำเข้าในปัจจุบัน

หากย้อนดูโครงสร้างภาษีนำเข้าในอดีต เช่น รถยนต์จากยุโรป ที่นำเข้าจากประเทศที่ไม่มี FTA กับไทย จะเห็นว่ารถ CBU ต้องเสียภาษีหลายต่อ ทั้งอากรขาเข้า 80% ภาษีสรรพสามิตตามขนาดเครื่องยนต์และการปล่อย CO2 ราว 30–50% ภาษีมหาดไทย และ VAT 

เมื่อรวมภาษีทั้งหมดแล้ว รถนำเข้าจากยุโรปจึงมีภาระภาษีสูงถึง 200–270% ของราคา CIF จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปหลายรายเลือกเข้ามาตั้งโรงงานในไทย และประกอบรถแบบ CKD แทนการนำเข้าทั้งคัน เพราะช่วยหลีกเลี่ยงอากรขาเข้า 80% และลดภาระภาษีโดยรวมลงได้

ทว่าในยุค EV โครงสร้างภาษีนำเข้าและสิทธิ FTA เปิดทางให้รถ EV แบบ CBU เข้ามาทำตลาดในไทยได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องตั้งโรงงานทันที แม้มาตรการ EV 3.0 และ 3.5 จะกำหนดให้ผู้ผลิตต้องผลิตชดเชยในประเทศตามสัดส่วนที่กำหนดในภายหลัง แต่ภาครัฐก็เริ่มมองหากลไกที่สามารถดึงการลงทุนและการผลิตเข้ามาอยู่ในประเทศได้ต่อเนื่อง มากกว่าการพึ่งพาเงินอุดหนุนเพียงอย่างเดียว

⚫ แล้วภาษี 3 Tiers เปลี่ยนเกม EV ยังไง?

ภาษี 3 Tiers ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางครั้งสำคัญ จากเดิมที่รัฐใช้เงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อ EV มาเป็นการใช้อัตราภาษี เป็นเครื่องมือจูงใจค่ายรถให้เข้ามาลงทุนผลิตในไทย และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากขึ้น โดยการแบ่งอัตราภาษี 3 Tiers มีดังนี้

  • Tier 1 (ภาษีต่ำสุด 1–6%) สำหรับผู้ประกอบการที่มีฐานการผลิตในไทย และใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) สูงตามเกณฑ์ รวมถึงผลิตชิ้นส่วนสำคัญในไทย (เช่น แบตเตอรี่, มอเตอร์) ครอบคลุมทั้ง BEV, PHEV, HEV (ไฮบริด) และ FCEV (เซลล์เชื้อเพลิง)

  • Tier 2 (ภาษีระดับกลาง >10% ขึ้นไป) สำหรับค่ายรถที่มีโรงงานในไทยหรือมีแผนลงทุน แต่ยังจำเป็นต้องนำเข้ารถบางรุ่น (CBU) เข้ามาทดลองตลาด โดยมีพันธะสัญญาว่าต้องตั้งสายการผลิตชดเชยตามโควตา

  • Tier 3 (ภาษีสูงสุด) สำหรับการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ที่เข้ามาขายโดยไม่มีแผนลงทุนตั้งโรงงานหรือพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในไทย

ซึ่งดูจากเกณฑ์แล้ว จะพบว่าระบบภาษี 3 Tiers ทำให้ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มได้รับผลกระทบแตกต่างกัน อย่างค่ายรถที่มีฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะค่ายญี่ปุ่น จะได้เปรียบจากโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ รวมถึงการครอบคลุมรถไฮบริดทั้ง HEV และ PHEV ก็ยังช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีทำได้ต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs ไทยมีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากการที่ค่ายรถต้องใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 

ส่วนค่ายรถหรือผู้นำเข้าที่เน้นนำเข้ารถสำเร็จรูปมาขายโดยไม่มีฐานผลิตในไทยจะเผชิญภาษี Tier 3 ที่สูงขึ้น และมีแรงจูงใจให้เร่งตัดสินใจลงทุนตั้งโรงงานและสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศมากขึ้น 

ในระยะสั้น รถนำเข้าบางรุ่นอาจมีต้นทุนและราคาสูงขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตต้องรับภาระจากการปรับห่วงโซ่อุปทาน แต่หากมาตรการสามารถดึงการลงทุนเข้ามาได้จริง ไทยก็มีโอกาสได้ทั้งการจ้างงาน ซัพพลายเออร์ เทคโนโลยี และทักษะแรงงานเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐยังต้องออกแบบเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐเผย_11_เดือน_เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ไปแล้วกว่า_4_000_ล้านบาท_เล็งคุมสินค้าสวมสิทธิ์_Made_in_Thailand

รัฐเผย 11 เดือน เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท เล็งคุมสินค้าสวมสิทธิ์ Made in Thailand

ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 จนปัจจุบัน ไทยยกเลิกการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ทำให้สินค้าที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องเข้าสู่ระบบภาษีตั้งแต่บาทแรก เพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างสินค้านำเข้ากับผู้ประกอบการไทย

clock26 นาทีที่แล้ว
รัฐบาลเปิดตัวระบบ_ONE_MAP_น้ำ_แจ้งเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม_ภัยแล้งล่วงหน้าอย่างแม่นยำ

รัฐบาลเปิดตัวระบบ “ONE MAP น้ำ !” แจ้งเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม-ภัยแล้งล่วงหน้าอย่างแม่นยำ”

clock3 ชั่วโมงที่แล้ว
ถอดรหัสกฎหมายใหม่จีน_ทำไม_คนเก่ง_คนรวย_ถึงย้ายประเทศยากขึ้น
ต่างประเทศสังคม

ถอดรหัสกฎหมายใหม่จีน ทำไม "คนเก่ง-คนรวย" ถึงย้ายประเทศยากขึ้น?

clock4 ชั่วโมงที่แล้ว