
Anthropic ผู้พัฒนาโมเดล Claude AI ได้ตั้งกลุ่มนักวิจัยและห้องแล็บด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพขึ้นมาใหม่ เพื่อศึกษาว่า AI จะเข้ามาช่วยงานวิจัยทางชีวภาพได้มากแค่ไหน โดยหนึ่งในงานแรกคือการให้ Claude วิเคราะห์ข้อมูล DNA จำนวนมหาศาล เพื่อค้นหาเอนไซม์กลุ่ม Reverse Transcriptase หรือ RT
การทดลองครั้งนี้ใช้ AI Agents มากกว่า 950 ตัว ทำงานต่อเนื่องนาน 21 ชั่วโมง และประมวลผลข้อมูลรวมกว่า 210 ล้านโทเคน ก่อนคัดเลือกผลลัพธ์ที่น่าสนใจที่สุด 20 รายการ ส่งต่อให้ทีมนักวิจัยนำไปตรวจสอบและทดลองต่อในห้องแล็บ
Claude AI ค้นพบระบบเอนไซม์ใหม่ “ART”
ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล Claude ได้ค้นพบระบบเอนไซม์ชนิดใหม่ใน DNA ของ แบคเทียริโอฟาจ (Bacteriophage) เป็นไวรัสที่ติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นระบบที่ไม่เคยถูกบันทึกมาก่อนในฐานข้อมูลโลก จึงตั้งชื่อระบบนี้ว่า ART หรือ Array-associated reverse transcriptases
ซึ่งโครงสร้างของระบบ ART มีความน่าสนใจและมีความซับซ้อนสูง โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน
เอนไซม์ Reverse Transcriptase (RT) : ทำหน้าที่หลักในการคัดลอกหรือแปลงสารพันธุกรรม RNA เป็น DNA
ยีนข้างเคียง (Neighboring Genes) : เป็นยีนข้างเคียงที่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในทางชีววิทยา
แถวลำดับ DNA ที่ซ้ำเป็นจังหวะ (DNA repeats) : แถวลำดับ DNA ที่เว้นระยะเท่า ๆ กัน ซึ่งมีรูปแบบโครงสร้างคล้ายระบบตัดต่อพันธุกรรม CRISPR
หลังทีมวิจัยได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ก็พบว่า โครงสร้างของ ART มีความคล้ายคลึงกับ CRISPR หรือเทคโนโลยีแก้ไขยีน ที่ทำงานเหมือนกรรไกรโมเลกุล ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตัดต่อหรือปรับเปลี่ยนรหัสพันธุกรรม (DNA) ของสิ่งมีชีวิตได้อย่างแม่นยำ โดย ART มีเอนไซม์หลักทำงานคู่กับแถวลำดับ DNA ที่ซ้ำเป็นจังหวะเหมือนกันได้
จุดเริ่มต้นระบบเอนไซม์ “ART” อนาคตของ AI
การค้นพบครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษา ART ที่ยังต้องมีการวิจัยและตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อยืนยันผลและสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ให้เพียงพอสำหรับการยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์
ขณะเดียวกัน การค้นพบนี้ก็ได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่าง Feng Zhang นักวิจัยจาก MIT และ Broad Institute และหนึ่งในผู้บุกเบิกเทคโนโลยีตัดต่อยีน CRISPR
ซึ่งมองว่าเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้น เพราะแสดงให้เห็นว่า AI Agents สามารถเข้ามามีส่วนช่วยในการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ทางชีววิทยา และเป็นแนวทางที่ควรศึกษาต่อยอดในอนาคต
แม้ตอนนี้ระบบ ART จะยังไม่ได้ถูกนำมาใช้งานจริง แต่ก็มีโอกาสที่อนาคตจะถูกพัฒนาเป็นเครื่องมือแก้ไขรหัสพันธุกรรมและตัวนำส่งยา เพื่อใช้รักษาโรคร้ายแรงหรือโรคทางพันธุกรรมได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย
แต่การที่นักวิจัยยังไม่เข้าใจหน้าที่และผลกระทบของระบบ ART อย่างชัดเจน ทำให้ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์หากนำไปใช้งานจริง
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสารพันธุกรรมก็มีความเสี่ยงหากถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด จึงจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและจริยธรรมอย่างรอบคอบ
แต่ถึงอย่างนั้น การค้นพบนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันที่เห็นได้ชัดว่า AI สามารถเข้ามาช่วยมนุษย์สำรวจ วิเคราะห์ และค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์ได้เปรียบเสมือนผู้ช่วยนักวิจัยที่คอยคัดกรองข้อมูลและเปิดทางให้ค้นพบโอกาสใหม่ๆให้กับวงการวิทยาศาสตร์ในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สพฉ.วางระบบ EMS รับมือน้ำท่วม พร้อมเร่งอัปเกรด RNIS สายด่วนกู้ชีพดิจิทัลให้ครอบคลุม
เวลาเกิดภัยพิบัติ นอกจากกำลังกู้ภัยในพื้นที่แล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือระบบสื่อสารและการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง เพราะหากสายด่วน หรือระบบรับแจ้งเหตุและสั่งการเกิดปัญหา การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินก็อาจสะดุดไปพร้อมกันได้

สพฉ.วางระบบ EMS รับมือน้ำท่วม พร้อมเร่งอัปเกรด RNIS สายด่วนกู้ชีพดิจิทัลให้ครอบคลุม

