
เกาหลีใต้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงสร้างดิจิทัลก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การใช้สมาร์ตโฟนในวงกว้าง หรือบริการออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของประชาชนแทบทุกด้าน ตั้งแต่เศรษฐกิจไปจนถึงการทำงานของภาครัฐ
ซึ่งปัจจุบันเกาหลีใต้มีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึง 97.4% ของประชากร หมายความว่าคนส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นปกติในชีวิตประจำวัน
แต่เชื่อไหม ว่าความก้าวหน้าเหล่านี้กลับทำให้เกาหลีใต้ต้องเผชิญกับภัยไซเบอร์และการโจมตีทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่คำถามต่อความพร้อมของระบบป้องกันไซเบอร์ในระดับชาติ
และล่าสุดเปิดปี 69 มาไม่นาน Kyowon Group กลุ่มธุรกิจด้านการศึกษาและสิ่งพิมพ์รายใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้ออกมายอมรับว่าระบบของบริษัทถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ และมีข้อมูลบางส่วนถูกขโมยออกไปจริง ซึ่งทางบริษัทยังไม่ยืนยันแน่ชัดว่าข้อมูลลูกค้ากว่า 9.6 ล้านบัญชีได้รับผลกระทบหรือไม่
ซึ่งหากมองย้อนกลับไปในในปี 68 ที่ผ่านมา เกาหลีใต้เผชิญเหตุด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง โดยมีเหตุข้อมูลรั่วและการโจมตีระบบขององค์กรต่างๆ ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะหลายครั้งตลอดปี
ตั้งแต่เหตุการณ์ข้อมูลลูกค้าของเครือร้านสะดวกซื้อ GS Retail หลุด, แพลตฟอร์มหางาน Albamon ถูกเจาะข้อมูลผู้ใช้, บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่อย่าง SK Telecom ถูกโจมตีจนข้อมูลลูกค้ากว่า 27 ล้านรายรั่วไหล ไปจนถึงเหตุข้อมูลรั่วของ Coupang แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ส่งผลให้ข้อมูลของลูกค้ากว่า 33.7 ล้านบัญชีรั่วไหล
โดยกระทรวงข้อมูลและสถิติเกาหลีใต้เปิดเผยว่า จำนวนเหตุบุกรุกทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นเพิ่มเกือบสองเท่า จาก 2,291 คดีในปี 2014 เป็น 4,526 คดีในปี 2024 แสดงให้เห็นว่าเหตุโจมตีไซเบอร์ ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ประปราย แต่เป็นแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างชัดเจนตลอดเวลา
ทำไมเหตุโจมตีไซเบอร์ถึงเพิ่มขึ้น ทั้งที่เกาหลีใต้มีระบบดิจิทัลก้าวหน้า?
หนึ่งในข้อวิจารณ์ที่ถูกพูดถึงระบบรับมือภัยไซเบอร์ของเกาหลีใต้ คือ การทำงานที่ยังแยกส่วนระหว่างหลายหน่วยงาน ทำให้การประสานงานเมื่อเกิดเหตุไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าการตอบสนองของภาครัฐยังมีลักษณะเป็นการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุเป็นหลัก มากกว่าการป้องกันเชิงรุกล่วงหน้า และยังไม่มีหน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหรือ Cyber Security First Responder สำหรับเหตุโจมตีไซเบอร์ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังเจอปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเฝ้าระวัง การอุดช่องโหว่ และการยกระดับระบบป้องกันทำได้ไม่ทันต่อจำนวนและความซับซ้อนของการโจมตีที่เพิ่มขึ้น
และยังเป็นประเทศที่ใช้ระบบดิจิทัลแทบทุกด้านของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ธนาคาร บริการภาครัฐ การทำงาน ไปจนถึงการเรียนออนไลน์ ทำให้ข้อมูลของประชาชนและองค์กรจำนวนมากถูกรวบรวมและเชื่อมต่ออยู่ในระบบดิจิทัลเดียวกันมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์อธิบายว่า ยิ่งระบบต่าง ๆ เชื่อมต่อกันมากและใช้งานซับซ้อนขึ้นเท่าไหร่ ช่องทางที่แฮ็กเกอร์จะใช้เจาะหรือโจมตีระบบก็ยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย
สะท้อนว่า การโจมตีไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นในเกาหลีใต้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากระบบดิจิทัลที่เติบโตเร็ว ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เชื่อมโยงกัน และระบบรับมือภัยไซเบอร์ที่ยังเน้นแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ มากกว่าการป้องกันเชิงรุก
เพราะเมื่อเทคโนโลยีล้ำหน้า ความเสี่ยงก็ยิ่งสูง หากการประสานงานภาครัฐยังแยกส่วน บุคลากรด้านไซเบอร์ยังขาดแคลน และมาตรการป้องกันไม่ทันต่อรูปแบบการโจมตีที่ซับซ้อน ก็อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เกลาหลียังคงเป็นเป้าหมายหลักของแฮ็กเกอร์ต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Alibaba เตรียมทุ่มงบ 3,000 ล้านหยวน ดัน AI แข่งหนักกับ Tencent-Baidu ในช่วงตรุษจีน
Alibaba ประกาศว่าจะใช้เงินกว่า 3,000 ล้านหยวน (ราว 431 ล้านดอลลาร์) เพื่อโปรโมทแอปฯ ปัญญาประดิษฐ์ Qwen AI ในช่วงเทศกาลตรุษจีน

Alibaba เตรียมทุ่มงบ 3,000 ล้านหยวน ดัน AI แข่งหนักกับ Tencent-Baidu ในช่วงตรุษจีน

