
รัฐบาลเกาหลีใต้และญี่ปุ่น กำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด หลังตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ระลอกใหญ่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเทคโนโลยี AI คือตัวการที่ลดอุปสรรคและเปิดทางให้แฮกเกอร์ลงมือได้ง่ายขึ้น
ทางฝั่งเกาหลีใต้ โดนโจมตีไปที่สถาบันการเงินและธนาคาร ซึ่งทางรัฐเกาหลีใต้ ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่กลุ่มแฮกเกอร์ได้นำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการก่อเหตุครั้งนี้
ขณะที่ฝั่งญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เผยว่ามีบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นถึง 53 แห่ง ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) จากกลุ่มแฮกเกอร์ที่ชื่อว่า Qilin
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยระบุว่า เหตุการณ์นี้คือการที่ AI เข้ามาช่วยลดอุปสรรคและกำแพงทางเทคนิค ทำให้แฮกเกอร์ที่มีทักษะไม่สูงมาก สามารถใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดหรือวางแผนโจมตีที่ซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้น
ส่งผลให้มาตรการป้องกันแบบเดิมกลายเป็นสิ่งล้าสมัย และนับเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญที่ภาครัฐกับภาคเอกชนทั่วโลกต้องเร่งปรับตัว พร้อมทบทวนระบบความปลอดภัยเพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้อย่างจริงจัง
ที่มา : Reuters
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯ ยึด 7 โดเมนที่เชื่อมโยงบริษัทจีน หลังพบโจมตีระบบสำคัญหลายประเทศ
สหรัฐฯ เผยว่ากำลังยึดโดเมนอินเทอร์เน็ตจำนวน 7 โดเมน ซึ่งถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแฮกเกอร์ที่ทำงานเกี่ยวกับบริษัทไอทีสัญชาติจีนอย่าง Integrity Technology Group

สหรัฐฯ ยึด 7 โดเมนที่เชื่อมโยงบริษัทจีน หลังพบโจมตีระบบสำคัญหลายประเทศ

“ศูนย์กันก่อนท่วม” จุฬาฯ ยกระดับการจัดการน้ำไทย ดันข้อมูลเชื่อมทั้งระบบ รับมือ Climate Change
