
เศรษฐกิจ - การลงทุน
BOI เร่ง “Thailand FastPass” ดันลงทุน 7 แสนล้าน ปั้นไทยสู่ฐานเทคโลก
24 มิถุนายน 2569
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินหน้าโครงการ “Thailand FastPass” หวังเร่งรัดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนอนุญาตต่าง ๆ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถปลดล็อกการลงทุนรวมกว่า 700,000 ล้านบาทภายในช่วงปี 2569-2570
BOI เปิดเผยว่า Thailand FastPass ถูกออกแบบให้เป็นกลไกคัดเลือกและสนับสนุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง โดยในระยะแรกมีโครงการที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 25 โครงการ จาก 23 บริษัทชั้นนำ ซึ่งล้วนอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ
สำหรับเม็ดเงินลงทุนรวม 700,000 ล้านบาทนั้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การเร่งรัดโครงการลงทุนที่อยู่ระหว่างดำเนินการเดิมจำนวน 76 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 470,000 ล้านบาท และโครงการภายใต้ Thailand FastPass อีก 25 โครงการ มูลค่าประมาณ 220,000 ล้านบาท
หนึ่งในจุดเด่นของโครงการ Thailand FastPass คือการมุ่งเน้นการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าสู่ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เซ็นเซอร์อัจฉริยะสำหรับยานยนต์และหุ่นยนต์ การผลิตชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์อากาศยานสำหรับบริษัท Airbus ตลอดจนโครงการด้านอวกาศ
นอกจากการลงทุนด้านการผลิตแล้ว บริษัทที่เข้าร่วมโครงการยังมีข้อตกลงในการดำเนินงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ร่วมกับมหาวิทยาลัยไทย เพื่อส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และยกระดับศักยภาพบุคลากรในประเทศอย่างยั่งยืน
เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับ Thailand FastPass จากโครงการเฉพาะกิจไปสู่กลไกถาวรในการปรับปรุงกฎระเบียบ ลดความซ้ำซ้อนของเอกสาร และแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านผังเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือระบบสาธารณูปโภคด้านพลังงานไฟฟ้า และเดินหน้ายุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ เพื่อดึงการลงทุนระดับโลกในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจโลก ปี 2026 ยุคทองของ AI หรือจุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนครั้งใหม่?
เศรษฐกิจโลกในปี 2026 กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้ง หลายประเทศกำลังเร่งลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไม่เคยมีมาก่อน ขณะที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ


