
เศรษฐกิจ - การลงทุน
เศรษฐกิจโลก ปี 2026 ยุคทองของ AI หรือจุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนครั้งใหม่?
24 มิถุนายน 2569
เศรษฐกิจโลกในปี 2026 กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้ง หลายประเทศกำลังเร่งลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไม่เคยมีมาก่อน ขณะที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
มุมมองดังกล่าวสะท้อนผ่านรายงาน Chief Economists Outlook ของ World Economic Forum (WEF) ซึ่งรวบรวมความเห็นจากหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก และถูกนำมาถกเถียงต่อในเวที Annual Meeting of the New Champions 2026 หรือ Summer Davos ที่ประเทศจีน โดยนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสิบปี
⚫️ โลกกำลังมองเศรษฐกิจด้วยความกังวลมากขึ้น
ผลสำรวจจาก WEF พบว่าหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เกือบ 9 ใน 10 คนมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในช่วง 12 เดือนข้างหน้าไม่ได้สดใสนัก ขณะที่กว่า 94% เชื่อว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่ผันผวน และต้นทุนด้านอาหารที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามมา
นอกจากนี้ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมหาอำนาจ รวมถึงนโยบายการค้าที่เข้มข้นขึ้น กำลังส่งผลให้ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและการค้า
⚫️ AI กำลังเติบโต แต่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจยังต้องรอ
แม้บรรยากาศเศรษฐกิจโลกจะเต็มไปด้วยความกังวล แต่หนึ่งในประเด็นที่นักเศรษฐศาสตร์ยังมองบวกคือการขยายตัวของ AI
ผลสำรวจระบุว่า กว่า 92% เชื่อว่าการนำ AI ไปใช้งานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังที่ว่า AI จะช่วยยกระดับผลิตภาพและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่หลายฝ่ายเคยประเมินไว้
จากเดิมที่หลายคนคาดว่าจะเห็นผลลัพธ์ภายใน 1-2 ปี ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่าประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก AI อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไปจึงจะปรากฏอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากองค์กรยังต้องใช้เวลาในการปรับกระบวนการทำงาน พัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในอนาคต แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจ AI ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีเหมือนที่หลายคนคาดหวัง
⚫️ จีนเริ่มเห็นสัญญาณบวก หลังเผชิญความเสี่ยงเงินฝืดมาหลายปี
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจบนเวทีเศรษฐกิจโลก คือทิศทางเศรษฐกิจจีน หลังจากเผชิญภาวะเงินฝืดและความอ่อนแอของภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่องหลายปี ล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อของจีนเริ่มขยับขึ้น ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งติดลบต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เริ่มกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง
แม้ระดับเงินเฟ้อของจีนจะยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศตะวันตก แต่สำหรับเศรษฐกิจจีน การกลับมาของเงินเฟ้อกลับถูกมองเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดที่เคยเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม จีนยังต้องเผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ หนี้ภาคท้องถิ่นและความจำเป็นในการปรับสมดุลเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการส่งออกไปสู่
การบริโภคภายในประเทศมากขึ้น
⚫️ ภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลก
นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองตรงกันว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจโลกในระยะสั้น
ความเสี่ยงดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการขนส่งสินค้า ห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนการผลิตในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ภาคพลังงาน อาหาร ไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง
รายงานของ WEF ระบุว่าความผันผวนของพลังงานและอาหาร รวมถึงความไม่แน่นอนของเส้นทางการค้าโลก กำลังกดดันความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลก ขณะเดียวกันหลายบริษัทเริ่มกระจายฐานการผลิตและปรับห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไป
⚫️ ปีแห่งความไม่แน่นอน แต่ยังมีโอกาสจากเทคโนโลยี
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2026 จะเต็มไปด้วยความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงของระเบียบเศรษฐกิจโลก แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่าเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
โจทย์สำคัญของรัฐบาลและภาคธุรกิจจึงไม่ใช่เพียงการรับมือกับความผันผวนในปัจจุบัน แต่คือการเตรียมความพร้อมสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และนวัตกรรม
ในวันที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนรอบด้าน ความสามารถในการปรับตัวอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดว่าใครจะเติบโตต่อได้ในเศรษฐกิจโลกยุคถัดไป และใครจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
ภาพเศรษฐกิจโลกในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงยุคเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยความผันผวน ภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานยังคงเป็นตัวแปรหลักที่กดดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูง
ในขณะที่ "คลื่นเทคโนโลยี AI" ซึ่งเป็นความหวังในการกระตุ้นการเติบโต กลับยังต้องใช้เวลาฟักตัวอีกหลายปีกว่าที่โลกจะได้เห็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ภาคธุรกิจและการลงทุนในระยะนี้จึงต้องเดินหน้าด้วยความระมัดระวัง ท่ามกลางความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นในทุกภูมิภาค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BOI เร่ง “Thailand FastPass” ดันลงทุน 7 แสนล้าน ปั้นไทยสู่ฐานเทคโลก
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินหน้าโครงการ “Thailand FastPass” หวังเร่งรัดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนอนุญาตต่าง ๆ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถปลดล็อกการลงทุนรวมกว่า 700,000 ล้านบาทภายในช่วงปี 2569-2570

