
ธุรกิจไอที
Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล
12 ตุลาคม 2569
หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013
โดยในปี 2018 Microsoft ได้นำ Data Center ต้นแบบชื่อ Northern Isles ซึ่งบรรจุ Server จำนวน 855 เครื่อง
ไปติดตั้งนอกชายฝั่งหมู่เกาะออร์กนีย์ ประเทศสกอตแลนด์ และปล่อยให้ทำงานใต้ทะเลนานกว่า 2 ปีโดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปบำรุงรักษาภายใน
ผลการทดลองพบว่า Server ใต้ทะเลเกิดความเสียหายเพียง 1 ใน 8 ของ Server บนบก ทำให้เห็นถึงศักยภาพการควบคุมสภาพแวดล้อมเป็นที่น่าพอใจ แต่ Microsoft กลับไม่ได้เดินหน้าขยายโครงการต่อ โดยในปี 2024 บริษัทเผยว่าไม่มีแผนสร้าง Data Center ใต้ทะเลเพิ่มเติม
สิ่งที่น่าคิดคือ มีสาเหตุอะไรกันแน่ ที่ทำให้เทคโนโลยีที่ให้ผลลัพธ์เป็นดีถึงไม่ได้รับการขยายและนำไปใช้ในวงกว้าง
ความสำเร็จทางวิศวกรรมไม่ได้หมายถึงความคุ้มค่าทางธุรกิจ?
เหตุผลสำคัญคือ “เทคโนโลยีที่ทำงานได้ ไม่ได้หมายความว่าจะคุ้มค่าต่อการลงทุน”
แม้ Project Natick จะช่วยลดอัตราความเสียหายของ Server แต่การติดตั้ง Data Center ใต้ทะเลกลับสร้างข้อจำกัดหลายด้าน
อย่างแรกคือ การบำรุงรักษาและอัปเกรดอุปกรณ์ หาก Server เสียหาย การนำขึ้นมาซ่อมแซมย่อมซับซ้อนกว่าบนบก
ขณะเดียวกัน การพัฒนา AI ที่รวดเร็วทำให้ Hardware ต้องเปลี่ยนตามเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งอาจไม่ยืดหยุ่นกับระบบที่ปิดผนึกไว้ใต้ทะเล
อีกประเด็นคือ ต้นทุนในการขยายระบบ เพราะต้องคำนึงถึงทั้งการติดตั้ง ระบบไฟฟ้า เครือข่าย และการบำรุงรักษาในระยะยาว
ดังนั้น แม้ Server จะเสียหายน้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Data Center ใต้ทะเลจะมีต้นทุนโดยรวมต่ำกว่าหรือคุ้มค่าต่อการลงทุนขนาดใหญ่
ดังนั้น การยุติ Project Natick จึงชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จของการทดลองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจลงทุน เทคโนโลยีที่จะนำไปใช้จริงยังต้องตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่า ความยืดหยุ่น และการขยายระบบในระยะยาวด้วย
บทเรียนจากใต้ทะเล สู่ Data Center ในอนาคต
แม้ Microsoft จะไม่ได้เดินหน้า Project Natick ต่อ แต่ผลการทดลองก็ช่วยเพิ่มความเข้าใจเรื่อง Server
การควบคุมสภาพแวดล้อม และการจัดการความร้อน ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของ Data Center ในยุค AI
Project Natick จึงสะท้อนให้เห็นว่า การย้าย Data Center ไปไว้ใต้ทะเลเป็นเพียงหนึ่งในแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการความร้อน แต่การแก้ปัญหาในระยะยาวยังต้องพิจารณาทั้งการใช้พลังงาน การระบายความร้อน และต้นทุนในการดำเนินงาน เพื่อให้ Data Center รองรับการเติบโตของ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ประธานาธิบดีสิงคโปร์ ออกมาเตือนถึงผลกระทบของเทคโนโลยี AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ว่าเทคโนโลยีนี้มีความเสี่ยงที่จะเข้ามาแย่งงานของกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ หรือคนที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน พร้อมระบุว่า งานระดับเริ่มต้น (Entry-level jobs)

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

