สงครามชิป AI ร้อนระอุ วิกฤตชิป HBM ขาดตลาด ผู้ผลิตจีนแห่ขึ้นราคาสูงสุด 50
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

สงครามชิป AI ร้อนระอุ! วิกฤตชิป HBM ขาดตลาด ผู้ผลิตจีนแห่ขึ้นราคาสูงสุด 50%

Clock Icon

11 กันยายน 2569

เมื่อการแข่งขันด้าน AI กำลังเร่งตัวทั่วโลก "ชิปประมวลผล AI" กลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่ทุกประเทศต้องการ แต่ล่าสุดผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ของจีนอย่าง Huawei และ Cambricon กลับประกาศปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ หลังเผชิญปัญหาการขาดแคลน High-Bandwidth Memory (HBM) หรือหน่วยความจำความเร็วสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของชิป AI ยุคใหม่

การปรับราคาครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ยังสะท้อนแรงกดดันจากมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง และความท้าทายของจีนในการสร้างระบบนิเวศ AI ที่พึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศ

⚫️ Huawei ขึ้นราคา Ascend 950DT สูงกว่า 250,000 หยวน

Huawei ได้ปรับราคาที่อ้างอิงของการ์ดเร่งความเร็ว Ascend 950DT ซึ่งเป็นชิปที่ผสานหน่วยประมวลผล AI เข้ากับหน่วยความจำ ให้สูงขึ้นเป็นมากกว่า 250,000 หยวน

ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นการปรับขึ้นถึง 20-50% เมื่อเทียบกับราคาที่เคยเสนอให้ลูกค้าเมื่อเพียง 2 เดือนก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ Huawei ได้ประกาศต่อสาธารณะแล้วว่าชิป 950DT ซึ่งถือเป็นชิป AI ที่ล้ำหน้าที่สุดของบริษัท จะเริ่มวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026

⚫️ Cambricon และคู่แข่งรายเล็กก็ทยอยขึ้นราคา

ไม่ใช่แค่ Huawei เท่านั้นที่ปรับราคาขึ้น Cambricon ก็ได้ปรับราคาชิปรุ่นถัดไปที่ใช้ชื่อชั่วคราวว่า "690" ขึ้นราว 20-30% แม้จะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยปัจจุบันชิปเรือธงของ Cambricon ที่วางขายอยู่จริงคือรุ่น 590

นอกจากนี้ ผู้ผลิตชิปจีนอย่าง MetaX และ Iluvatar CoreX ก็มีการปรับราคาผลิตภัณฑ์ในทิศทางเดียวกัน สะท้อนว่าปัญหาต้นทุนกำลังส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรม AI ของจีน

แม้แต่ชิปรุ่นเก่าของ Huawei ก็ไม่รอดพ้นแรงกดดันนี้ โดย Ascend 950PR ที่เคยขายอยู่ที่ราว 60,000 หยวนต่อการ์ดในช่วงต้นปี ปัจจุบันขยับขึ้นไปแตะ 80,000 หยวน หรือเพิ่มขึ้นราว 30% ส่วนรุ่น Ascend 910C ก็ปรับขึ้นจากประมาณ 90,000 หยวน เป็นมากกว่า 110,000 หยวนเช่นกัน

⚫️ ต้นตอปัญหา: มาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ กับตลาดมืด HBM

HBM เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้หน่วยประมวลผล AI เข้าถึงข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว โดยตลาด HBM ระดับสูงถูกครองตลาดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SK Hynix และ Samsung Electronics จากเกาหลีใต้ รวมถึง Micron Technology จากสหรัฐฯ

นับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเข้มงวดมาตรการควบคุมการส่งออก HBM ขั้นสูงไปยังจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ผู้ผลิตชิปจีนจึงต้องหันไปพึ่งพาช่องทางตลาดมืดเพื่อจัดหาชิ้นส่วนดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง HBM ที่ได้จากช่องทางนี้มีราคาสูงกว่าที่ผู้ซื้อในประเทศอื่นจ่ายหลายเท่าตัว เมื่อหน่วยความจำเป็นต้นทุนหลักของการผลิตชิป ราคาที่พุ่งสูงจึงส่งผลกระทบโดยตรงมาถึงราคาสินค้าสำเร็จรูปที่ผู้บริโภคต้องจ่าย

⚫️ ผู้ผลิตต้องจัดสรรชิปใหม่ กระทบซัพพลายเชนทั้งระบบ

การปรับขึ้นราคาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงคอขวดสำคัญที่กำลังท้าทายผู้ผลิตชิปจีน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้อานิสงส์จากช่องว่างในตลาดชิป AI มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ปิดกั้นการเข้าถึงชิปขั้นสูงของ Nvidia ในจีน

สถานการณ์ขาดแคลนยังบีบให้ผู้ผลิตต้องจัดสรรสินค้าใหม่ เช่น Iluvatar CoreX ที่เพิ่มปริมาณส่งมอบ GPU ให้กับ ByteDance เจ้าของ TikTok เป็นสองเท่า สูงถึง 100,000 หน่วยในปีนี้ พร้อมทั้งดึง GPU ที่เคยกันไว้ใช้ภายในองค์กรมาช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายนี้ด้วย

⚫️ AI ยุคใหม่ แข่งกันที่ห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่แค่ตัวโมเดล

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความท้าทายของอุตสาหกรรม AI ในวันนี้ไม่ได้อยู่เพียงการออกแบบชิปที่ทรงพลัง แต่รวมถึงการเข้าถึงวัตถุดิบและชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยกำหนดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศในระยะยาว

การขึ้นราคาชิป AI ของ Huawei และผู้ผลิตจีนครั้งนี้ เป็นสัญญาณชัดเจนว่าการแข่งขันด้าน AI ไม่ได้วัดกันเฉพาะประสิทธิภาพของโมเดล แต่ยังเป็นการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานเซมิคอนดักเตอร์และห่วงโซ่อุปทานอีกด้วย

เมื่อหน่วยความจำ HBM กลายเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ต้นทุนของการสร้างศูนย์ข้อมูล การฝึกโมเดล AI และการขยายระบบประมวลผลก็มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการลงทุนและการพัฒนา AI ของจีนในช่วงหลายปีข้างหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

INET_ตอกย้ำจุดยืน_Sovereign_Cloud_Data_Center_โปร่งใส_ถูกกฎหมาย_พร้อมหนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย

INET ตอกย้ำจุดยืน “Sovereign Cloud & Data Center” โปร่งใส ถูกกฎหมาย พร้อมหนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย

INET ผู้ให้บริการ Cloud และ Digital Platform สัญชาติไทย เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ภายใต้หลักการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมายไทย และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางดิจิทัลและมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

clock3 ชั่วโมงที่แล้ว
Google_เตือนผลค้นหาในยุโรปอาจลดคุณภาพลง_หลังปรับระบบตามกฎ_EU_เพื่อเลี่ยงค่าปรับ
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Google เตือนผลค้นหาในยุโรปอาจลดคุณภาพลง หลังปรับระบบตามกฎ EU เพื่อเลี่ยงค่าปรับ

clock1 วันที่แล้ว
OpenAI_สร้างประวัติศาสตร์_ใช้เวลาเพียง_88_ชั่วโมง_ท้าพิสูจน์โจทย์คณิตศาสตร์อายุ_90_ปี
ต่างประเทศธุรกิจไอที

OpenAI สร้างประวัติศาสตร์ ใช้เวลาเพียง 88 ชั่วโมง ท้าพิสูจน์โจทย์คณิตศาสตร์อายุ 90 ปี

clock1 วันที่แล้ว