
ธุรกิจไอที
ถอดรหัส 10 เทคโนโลยีเกิดใหม่ปี 2026 ไทยควรจับตาอะไร เพื่อไม่พลาดคลื่นเศรษฐกิจครั้งใหม่?
30 มิถุนายน 2569
ในปีที่ผ่านมา "AI" คือสิ่งที่ทุกองค์กรพูดถึงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Generative AI หรือ AI Agent ล้วนกลายเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงและ หลายองค์กรต่างเร่งลงทุนและแข่งขันเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบด้านปัญญาประดิษฐ์ จนหลายคนเชื่อว่า AI คือคำตอบของทุกปัญหาในอนาคต
แต่รายงาน Top 10 Emerging Technologies of 2026 จาก World Economic Forum กลับสะท้อนภาพที่น่าสนใจยิ่งกว่า นั่นคือ โลกกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจาก "ยุคแห่ง AI" ไปสู่ "ยุคแห่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี" เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่โดดเด่นของรายงานปีนี้คือ เทคโนโลยีที่ได้รับการคัดเลือกไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมล้ำสมัย แต่เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
⚫️ 10 สุดยอดเทคโนโลยีเกิดใหม่ปี 2026
1. การเปลี่ยนอาคารหรือยานยนต์เป็นโครงข่ายไฟฟ้า (Everything-to-grid energy)
2. การสกัดลิเธียมโดยตรง (Direct Lithium Extraction)
3. วัสดุทำความเย็นแบบแผ่รังสี (Passive Radiative Cooling Materials)
4. การย่อยสลายสารเคมีตลอดกาล (Breaking down 'forever chemicals')
5. การหมักแบบแม่นยำ (Precision Fermentation)
6. การนำส่งยาด้วยเอ็กโซโซม (Exosome Drug Delivery)
7. วัคซีนรักษามะเร็ง mRNA เฉพาะบุคคล (Personalized mRNA Cancer Vaccines)
8. การจำลองระดับควอนตัมเพื่อการค้นหายา (Quantum Simulation for Drug Discovery)
9. แบบจำลองโลก (World Models)
10. วิทยาการรหัสลับแบบแลตทิซ (Lattice-based Cryptography)
จากรายงานของ World Economic Forum สะท้อนให้เห็นว่า อนาคตของโลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยการบูรณาการระหว่าง AI พลังงาน วัสดุศาสตร์ ชีววิทยา และวิศวกรรม เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คน และนี่อาจเป็นสัญญาณสำคัญว่า คลื่นนวัตกรรมลูกใหม่ไม่ได้มุ่งไปที่การสร้างเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่เป็นการสร้างเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนโลกได้อย่างแท้จริง
⚫️ แล้วสำหรับประเทศไทยควรจับตาอะไร?
เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย คำถามคือ “ไทยควรเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อใช้เทคโนโลยีเหล่านี้สร้างการเติบโตในระยะยาว?”
1. เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล
หลายเทคโนโลยีเกิดใหม่ในปีนี้เกี่ยวข้องกับพลังงานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Everything-to-Grid Energy หรือวัสดุทำความเย็นแบบ Passive Radiative Cooling ซึ่งล้วนเกิดขึ้นจากความท้าทายใหม่ของโลกดิจิทัล โดยเฉพาะการเติบโตของ Data Center และ AI ที่ใช้พลังงานมหาศาล
ซึ่งไทยเองก็กำลังวางตัวเป็นศูนย์กลาง Data Center ของภูมิภาคอาเซียน แต่หากระบบไฟฟ้ายังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ต้นทุนพลังงานและความมั่นคงด้านไฟฟ้าอาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญในอนาคต
สิ่งที่ไทยควรทำ :
ส่งเสริมการเชื่อมต่อแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid)
เร่งลงทุนในระบบ Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงาน
ส่งเสริมอาคารประหยัดพลังงานและเทคโนโลยีลดการใช้ไฟฟ้าใน Data Center
2. เปลี่ยนจุดแข็งด้านเกษตรและชีวภาพสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง
เทคโนโลยี Precision Fermentation หรือการหมักแบบแม่นยำ กำลังสร้างอุตสาหกรรมใหม่ของโลก ตั้งแต่โปรตีนทางเลือก วัสดุชีวภาพ ไปจนถึงการผลิตยาและสารชีวโมเลกุลมูลค่าสูง
ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านเกษตรกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และอุตสาหกรรมอาหาร จึงมีโอกาสต่อยอดสู่เศรษฐกิจชีวภาพได้อย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่ไทยควรทำ:
ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไบโอเทคและโรงงานต้นแบบ
สนับสนุนการวิจัยด้านจุลินทรีย์และชีววิทยาสังเคราะห์
ดึงดูดบริษัท Deep Tech และ BioTech ระดับโลกเข้ามาลงทุนในประเทศ
พัฒนากฎระเบียบให้รองรับผลิตภัณฑ์ชีวภาพรุ่นใหม่
3. สร้างอุตสาหกรรมใหม่จากกระแสพลังงานสะอาดและ EV
การสกัดลิเธียมโดยตรง (Direct Lithium Extraction) สะท้อนว่าการแข่งขันด้านพลังงานสะอาดในอนาคตจะไม่ได้อยู่ที่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเข้าถึงวัตถุดิบ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด
ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของอาเซียน จึงควรใช้โอกาสนี้ในการยกระดับอุตสาหกรรม EV ให้ก้าวไปไกลกว่าการประกอบรถยนต์
แนวทางสำคัญ:
พัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน
สนับสนุนการวิจัยด้านวัสดุศาสตร์และรีไซเคิลแบตเตอรี่
สร้างบุคลากรด้านเคมี วัสดุศาสตร์ และวิศวกรรมขั้นสูง
เชื่อมโยงผู้ผลิตไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลก
4. ลงทุนใน Deep Tech มากกว่าการใช้งาน AI ระยะสั้น
รายงานของ WEF สะท้อนชัดเจนว่า นวัตกรรมแห่งอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่ที่ AI เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบูรณาการระหว่าง AI พลังงาน ชีววิทยา วัสดุศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ควอนตัม
ประเทศไทยยังลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในสัดส่วนที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่การลงทุนส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมากกว่าการสร้างเทคโนโลยี Deep Tech
ดังนั้น ไทยควร :
เพิ่มงบลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D)
สร้างกลไกสนับสนุน Startup กลุ่ม Deep Tech
เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุน
สนับสนุนการวิจัยในสาขายุทธศาสตร์ เช่น ควอนตัม เทคโนโลยีชีวภาพ และวัสดุขั้นสูง
แม้ผลตอบแทนอาจไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่จะเป็นรากฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
5. ยกระดับความมั่นคงทางไซเบอร์สู่ยุคหลังควอนตัม
Lattice-based Cryptography หรือเทคโนโลยีการเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัล เมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพสูงขึ้น ระบบเข้ารหัสที่ใช้ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอต่อการปกป้องข้อมูลสำคัญของประเทศ
ประเทศไทยจึงควรเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้:
การประเมินความเสี่ยงของระบบดิจิทัลภาครัฐและเอกชน
การพัฒนาบุคลากรด้าน Cybersecurity
การเตรียมแผนเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานการเข้ารหัสยุคใหม่
การสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงไซเบอร์ระดับนานาชาติ
10 เทคโนโลยีเกิดใหม่ปี 2026 สะท้อนว่า การแข่งขันทางเทคโนโลยีในอนาคตจะไม่ได้วัดกันที่การพัฒนา AI เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และตอบโจทย์ความท้าทายของโลกในระยะยาว
สำหรับไทยนี่ถือเป็นสัญญาณเตือนให้เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด Deep Tech และการพัฒนาคน เพราะประเทศที่สามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ก่อน ก็อาจเป็นผู้กำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ได้ในที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

MacBook-iPad ปรับขึ้นราคาชุดใหญ่ ผลกระทบวิกฤตชิปขาดแคลน ที่ผู้บริโภคต้องแบกรับ?
หลายคนอาจกำลังตกใจกับการที่ Apple ประกาศขึ้นราคาสินค้าในกลุ่ม Mac และ iPad ทั่วโลก เพราะหลายรุ่นถูกปรับราคาขึ้นทันทีกว่า 15–25%

MacBook-iPad ปรับขึ้นราคาชุดใหญ่ ผลกระทบวิกฤตชิปขาดแคลน ที่ผู้บริโภคต้องแบกรับ?

ระบบ D-Value เมื่อ “ข้อมูลที่ดิน” เข้าสู่ยุคดิจิทัล เปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้โปร่งใสมากขึ้น
