
สังคม
ไทยใช้ AI โตเร็วอันดับ 2 ของโลก แต่แรงงานไทยส่วนใหญ่ยังไม่เคยใช้ AI สัญญาณของ K-Shape ที่กำลังก่อตัว?
29 มิถุนายน 2569
ไทยถูกยกให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ “เร่งใช้ AI เร็วที่สุดในโลก” โดยมีอัตราการเติบโตของการใช้ AI ในที่ทำงานสูงถึง 36.4% ต่อปี ติดอันดับ 2 ของโลก
แต่ตัวเลขที่ “สวนทางกันอย่างแรง” คือ แรงงานไทยส่วนใหญ่ยังแทบไม่ได้ใช้ AI ในการทำงานจริง
⚫️ เมื่อ AI กำลังสร้างช่องว่างใหม่ในโลกการทำงาน
แม้อัตราการเติบโตของ AI ในไทยจะสูง แต่การใช้งานจริงยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อาจกำลังเกิดขึ้นอย่าง "ไม่ทั่วถึง"
แรงงานที่เริ่มใช้ AI แล้วมีโอกาสเพิ่มผลิตภาพ เรียนรู้ทักษะใหม่ และปรับตัวได้เร็วขึ้น ขณะที่แรงงานอีกจำนวนมากยังไม่ได้เริ่มใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการทำงาน ส่งผลให้เส้นทางการพัฒนาศักยภาพของแรงงานทั้งสองกลุ่มเริ่มแยกออกจากกัน
จึงคล้ายกับแนวคิด “K-Shaped Growth” ที่การเติบโตเกิดขึ้นกับคนบางกลุ่ม ขณะที่อีกหลายกลุ่มเติบโตช้ากว่าหรือถูกทิ้งห่าง แม้ในบริบทของ AI ความแตกต่างอาจไม่ได้อยู่ที่การมีงานหรือไม่มีงาน แต่คือความสามารถในการทำงานได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเรียนรู้ทักษะใหม่ได้ต่อเนื่อง
⚫️ ช่องว่างของ AI อาจไม่ใช่แค่เรื่องการเข้าถึงอีกต่อไป?
ในอดีต ความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลมักเกิดจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบัน AI จำนวนมากสามารถใช้งานผ่านสมาร์ตโฟนได้ และหลายบริการเปิดให้ใช้งานในต้นทุนที่ต่ำลง
หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป ช่องว่างด้านทักษะอาจค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ช่องว่างด้านผลิตภาพ รายได้ และความสามารถในการแข่งขันของแรงงานในระยะยาว
TDRI ชี้ว่า AI อาจกำลังทำให้เกิดภาวะ "Seniority Bias" หรือการที่องค์กรให้ความสำคัญกับผู้มีประสบการณ์มากกว่าคนรุ่นใหม่ เพราะสามารถตรวจสอบและตัดสินคุณภาพงานที่ AI สร้างขึ้นได้ ส่งผลให้แรงงานจบใหม่และแรงงานทักษะระดับกลางอาจเสียเปรียบในการหางานและการเติบโตในอาชีพ
⚫️ กุญแจสำคัญอาจไม่ใช่การลงทุนในเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว?
ประเทศไทยกำลังลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน Cloud ศูนย์ข้อมูล และการพัฒนาระบบนิเวศด้าน AI
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจพบว่า องค์กรที่ลงทุนพัฒนาทักษะ AI ให้บุคลากรควบคู่ไปกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี สามารถสร้างผลตอบแทนจาก AI ได้สูงกว่า และขยายการใช้งานได้รวดเร็วกว่าองค์กรที่ลงทุนเฉพาะเทคโนโลยี
นั่นหมายความว่า ความท้าทายของไทยอาจไม่ได้อยู่ที่การมี AI มากพอ แต่อยู่ที่การทำให้แรงงานส่วนใหญ่สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การที่ไทยมีอัตราการเติบโตของการใช้ AI สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ในอีกด้านหนึ่ง แรงงานไทยเกือบ 88% ยังไม่ได้ใช้ AI ในการทำงาน
หากช่องว่างนี้ยังคงอยู่ สิ่งที่ขยายตัวอาจไม่ใช่เพียงการใช้ AI แต่รวมถึงช่องว่างด้านผลิตภาพ ทักษะ และขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทย
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ AI อาจไม่ได้วัดจากจำนวนองค์กรที่ลงทุน หรือจำนวนโมเดลที่ถูกพัฒนาขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศสามารถใช้ AI เพื่อยกระดับการทำงานได้จริงมากน้อยเพียงใด
เพราะเมื่อการใช้ AI กระจายไปได้กว้าง การเติบโตก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับทั้งระบบเศรษฐกิจ ไม่ใช่เฉพาะคนหรือองค์กรบางกลุ่ม
อ้างอิง : Microsoft, TDRI
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมฟีเจอร์ใหม่ Meta ที่อนุญาตให้คนอื่นนำรูปในไอจี เราไปใช้สร้างภาพ AI ทำไมกังวลกว่าที่คิด?
ล่าสุด Meta ได้เปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ชื่อ Muse Image พร้อมฟีเจอร์ที่เปิดให้ผู้ใช้นำ รูปภาพและวิดีโอจากบัญชี Instagram แบบสาธารณะไปใช้เป็นต้นแบบในการสร้างภาพด้วย AI


