
เมื่อพูดถึงเด็กยุคนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นรุ่น "AI Native" รุ่นแรกของโลกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบเจอเทคโนโลยี หรือ AI ที่ล้ำสมัย ซึ่ง AI ทำหน้าที่มากกว่าแค่โปรแกรมทั่วไป แต่ผันตัวมาเป็นผู้ช่วยที่คอยให้คำปรึกษา แนะนำเรื่องเรียน และ เป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ในชีวิตประจำวัน
UNESCO เตือน เด็กอาจพบความเสี่ยง “จากความใกล้ชิดของ AI”
แม้ AI จะเป็นเพื่อนซี้ที่ช่วยเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็ก แต่ความใกล้ชิดนี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงหลายด้านทั้งความปลอดภัยส่วนตัว ข้อมูลทางดิจิทัล การฉ้อโกงหรือแม้กระทั่งเนื้อหาที่เป็นอันตราย โดยUNESCO ออกมาเตือนว่าไม่ควรปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้ Generative AI มากเกินไปขณะการเรียน
เพราะข้อมูลจาก AI อาจทำให้เด็กขาดทักษะการคิด วิเคราะห์ และการตัดสินใจ พร้อมเรียกร้องให้ทางรัฐบาลทั่วโลกกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาและอบรมคุณครู
ทำให้เห็นเลยว่าในมุมมองระดับสากลเองก็เริ่มมองว่า AI อาจสร้างความเสี่ยงและผลกระทบต่อเด็ก จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมด้านการศึกษาสำหรับเด็ก เพื่อพัฒนาให้เด็กรู้เท่าทันความน่าเชื่อถือของ AI และมีทักษะการแก้ปัญหา เพื่อเตรียมพร้อมกับอนาคตของเด็กและเยาวชนในวันข้างหน้า
ETDA จับมือหน่วยงานรัฐ “เปิดตัวคู่มือหลักสูตรการสอน AI”
ฝั่งไทยเองตอนนี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ก็ได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาและสร้างภูมิคุ้มกันโรงเรียนและคุณครูเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา
โดยมีการร่วมมือกับหน่วยงานสำคัญด้านการศึกษา เช่น สสวท. หรือ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี , สพฐ. และ UNICEF Thailand ในการสร้างคู่มือสำหรับครู เพื่อวาง “กติกาการใช้ AI ในห้องเรียน” สร้างภูมิคุ้มกัน ทักษะการคิดวิเคราะห์
ให้เด็กใช้ AI เป็น และเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหาให้รอบคอบ โดย ETDA หวังว่าคู่มือจะเข้ามาช่วยต่อยอดการทำงานร่วมกับครูแกนนำกว่า 100 คนใน 100 โรงเรียนทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวหนังสือและคู่มือ “AI & Digital Ethics for Education” เพื่อให้ครูนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้น ป.4 ถึง ม.6 โดยเปิดให้ดาวน์โหลดและนำไปใช้ได้ฟรี
โดยคู่มือออกแบบมาให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย ให้สอดคล้องกับการพัฒนาการของเด็กแต่ละระดับชั้นเรียน เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้และเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้
ซึ่งในแต่ละระดับชั้นมีหลักสูตรประมาณ 9 โมดูล รวม 20 ชั่วโมง ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ AI, จริยธรรมในการใช้ AI, อคติของ AI ไปจนถึง Digital Footprint, Cyberbullying และความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ โดยเด็กประถมจะเรียนผ่านนิทานหรือเกม และทดลองใช้ AI เป็น “เพื่อนซี้” ที่คอยช่วยคิดหรือทำงาน เด็กมัธยมจะเรียนการฝึกวิเคราะห์สถานการณ์จริงและเคสตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง
เพราะเมื่อ AI เข้ามาใกล้ตัวเด็กจนเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” โรงเรียนจึงไม่เพียงต้องสอน แค่วิธีใช้ AI ให้กับเด็ก แต่ต้องสอนให้เด็กรู้จักตรวจสอบ เช็กข้อมูลก่อนเชื่อ AI เพราะคำตอบอาจผิดพลาดหรือมีอคติ รวมถึงต้องสอนให้เด็กรู้จักการป้องกันข้อมูลส่วนตัวด้วย
สุดท้ายแล้ว แม้ภาครัฐและโรงเรียนจะมีคู่มือและแนวทางดูแลเด็ก แต่การป้องกันความเสี่ยงในโลกดิจิทัลยังต้องอาศัยผู้ปกครองร่วมด้วย ทั้งการติดตามการใช้งาน พูดคุย และให้คำแนะนำเมื่อเด็กพบสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะเด็กไม่ควรต้องรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้เพียงลำพัง การสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันนี้จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพื่อให้เด็กสามารถเติบโตและใช้เทคโนโลยี AI ได้อย่างปลอดภัยและรู้เท่าทัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Daiwa Securities บริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่นหวั่นข้อมูลลูกค้า 1.1 แสนรายรั่ว หลังบริษัทคู่ค้าถูกแฮ็ก
Daiwa Securities บริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น เผยว่า ข้อมูลของลูกค้าสูงสุดราว 110,000 ราย อาจรั่วไหล หลังเซิร์ฟเวอร์ของ Scala Communications ซึ่งเป็นบริษัทภายนอกที่ให้บริการกับ Daiwa ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

Daiwa Securities บริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่นหวั่นข้อมูลลูกค้า 1.1 แสนรายรั่ว หลังบริษัทคู่ค้าถูกแฮ็ก

สบส. พัฒนาระบบวิทยุสื่อสารทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต เชื่อมการสื่อสารฉุกเฉิน แม้ระบบหลักล่ม
