ไรเดอร์ติดกล้องทำคอนเทนต์จากผู้โดยสาร เข้าข่ายละเมิดความเป็นส่วนตัว
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ไรเดอร์ติดกล้องทำคอนเทนต์จากผู้โดยสาร เข้าข่ายละเมิดความเป็นส่วนตัว?

Clock Icon

29 มิถุนายน 2569

ช่วงนี้เรามักเห็นไรเดอร์หลายคนติดกล้อง เพื่อบันทึกวิดีโอขณะรับส่งผู้โดยสาร แล้วนำคลิปที่ถ่ายได้ไปลง TikTok , Facebook หรือ YouTube เพื่อดึงผู้ติดตามและหารายได้จากคอนเทนต์ดังกล่าว แต่ผู้โดยสารหลายคน กลับพบว่าภาพหรือคลิปของตัวเองถูกนำไปโพสต์บนโซเชียลมีเดีย  ทั้งที่ไม่เคยรับรู้หรือให้ความยินยอมมาก่อน

อย่างก่อนหน้านี้ก็พึ่งมีกรณีไรเดอร์ติดกล้องในลักษณะละเมิดผู้โดยสาร ซึ่งบางคลิปมีคนดูกว่า 1 แสน ถึง 1 ล้านครั้ง จนถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และมีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามทางเพศ และ พรบ.คอมฯ ไป 

⚫ปัญหาไม่ได้มีเพียงเรื่องความเป็นส่วนตัว หากแต่เป็นความปลอดภัยของผู้โดยสาร

การถ่ายคลิปตลอดการเดินทาง อาจทำให้ข้อมูลสำคัญของผู้โดยสาร เช่น ใบหน้า จุดรับ– ส่ง และเส้นทางรหว่างถึงจุดหมาย ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ จนส่งผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อผู้โดยสารในภายหลังได้ ความกังวลยิ่งสูงขึ้นเมื่อผู้โดยสารเป็นเด็กหรือเยาวชน เพราะคลิปอาจเผยทั้งใบหน้า เครื่องแบบโรงเรียน และเส้นทางกลับบ้านโดยตรง

แม้บ้านเราจะมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุ ผู้เสียหายก็ยังต้องดำเนินการร้องเรียนตามกระบวนการด้วยตนเอง ซึ่งค่อนข้างใช้เวลา

⚫นอกเหนือจากกฎหมาย แพลตฟอร์มที่ให้บริการในไทย จัดการกับเรื่องนี้ยังไง?

หลายคนอาจคิดว่าแพลตฟอร์มเรียกรถในไทยยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ความจริงแล้ว แพลตฟอร์มบางราย ก็มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสารอยู่แล้ว โดยระบุเอาไว้ในในหลักจรรยาบรรณของคนขับว่า ห้ามคนขับเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้โดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงหากมีการติดตั้งกล้องบันทึกภาพ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศด้วย

นอกจากนี้ยังห้ามคนขับแชร์ หรือโพสต์ข้อมูลของผู้โดยสาร ผ่านโซเชียลมีเดีย แอปฯ ส่งข้อความ หรือช่องทางสาธารณะอื่นๆ โดยไม่ได้รับความยินยอม รวมถึงห้ามบันทึกภาพหรือเสียงด้วยอุปกรณ์ที่ซ่อนหรือใช้ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย แม้จะมีข้อกำหนดเหล่านี้อยู่แล้ว แต่แพลตฟอร์มเองก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ว่าคลิปที่เกิดขึ้นระหว่างให้บริการจะถูกนำไปเผยแพร่หรือไม่ ทำให้ส่วนใหญ่ต้องรอให้มีการร้องเรียนจากผู้โดยสารก่อนจึงจะตรวจสอบได้ 

⚫ควรบังคับใช้กฎอย่างไรให้คนตระหนัก ในยุคที่คอนเทนต์ถูกเผยแพร่เร็ว

🟠 ระยะสั้น สื่อสารกับไรเดอร์ให้ชัดเจนว่าการนำภาพ หรือวิดีโอผู้โดยสารไปเผยแพร่โดยไม่ขออนุญาตถือว่าผิดกฎ พร้อมเพิ่มช่องทางให้ผู้โดยสารร้องเรียนได้สะดวกขึ้นในแอปฯ

🟡ระยะกลาง เพิ่มความเข้มงวดของมาตรการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง เช่น การกำหนดให้การบันทึกภาพ หรือวิดีโอ เพื่อนำไปใช้ด้านความปลอดภัยเท่านั้น ห้ามนำไปเผยแพร่ในเชิงพาณิชย์เด็ดขาด พร้อมกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนอย่างชัดเจน

🟢ระยะยาว อาจต้องกำหนดมาตรฐานกลางให้ทุกแพลตฟอร์มใช้กฎเดียวกัน หรือแนวทางกำกับร่วมระหว่างภาครัฐและแพลตฟอร์ม

เพราะหากระบบถูกออกแบบให้รัดกุมตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยลดปัญหาการนำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และทำให้ทั้งผู้โดยสารและคนขับ เข้าใจขอบเขตการใช้งานร่วมกันได้ชัดเจนมากขึ้น และยังทำให้การใช้แพลตฟอร์มปลอดภัย และน่าเชื่อถือขึ้นในระยะยาวด้วย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตัดวงจรมิจฉาชีพออนไลน์_รัฐเดินหน้าปิดเว็บผิดกฎหมายได้รวดเร็วกว่าเดิม

ตัดวงจรมิจฉาชีพออนไลน์! รัฐเดินหน้าปิดเว็บผิดกฎหมายได้รวดเร็วกว่าเดิม

รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง หลังจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกประกาศใหม่ที่เปิดทางให้การยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งระงับหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ในกรณีเร่งด่วนสามารถดำเนินการได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ช่วยลดช่องว่างที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกลวงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

clock6 ชั่วโมงที่แล้ว
ไทยประกาศบทบาทผู้นำการศึกษาอาเซียน_ชูแนวคิด_ASEAN_Zero_Dropout_ดันดิจิทัล_ทักษะสีเขียว_สร้างกำลังคนแห่งอนาคต
ต่างประเทศสังคม

ไทยประกาศบทบาทผู้นำการศึกษาอาเซียน ชูแนวคิด "ASEAN Zero Dropout" ดันดิจิทัล–ทักษะสีเขียว สร้างกำลังคนแห่งอนาคต

clock1 วันที่แล้ว
สหรัฐฯ_กล่าวหา_Moonshot_AI_จีน_ปมขโมยเทคโนโลยี_Anthropic_แอบเข้าถึงชิป_Nvidia
ต่างประเทศสังคม

สหรัฐฯ กล่าวหา Moonshot AI จีน ปมขโมยเทคโนโลยี Anthropic - แอบเข้าถึงชิป Nvidia

clock1 วันที่แล้ว