น้ำมันสำรอง ของ Data Center จำเป็นแค่ไหน แล้วต้องเก็บเท่าไรให้ถูกวิธี และ ไม่อันตราย
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

“น้ำมันสำรอง” ของ Data Center จำเป็นแค่ไหน แล้วต้องเก็บเท่าไรให้ถูกวิธี และ ไม่อันตราย

Clock Icon

7 กันยายน 2569

กรณี Data Center ย่านพระราม 9 ที่พบว่ามีการจัดเก็บน้ำมันดีเซลสำรองประมาณ 200,000 ลิตร ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไม Data Center จึงต้องสำรองน้ำมันไว้จำนวนมาก การจัดเก็บใกล้ชุมชนมีความปลอดภัยแค่ไหน และที่จริงแล้วควรจัดเก็บอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัย

⚫ ทำไม Data Center ต้องสำรองน้ำมัน

หัวใจสำคัญของ Data Center คือ ต้องให้บริการได้ตลอด 24x7 เพราะภายในมีทั้ง Server ระบบเครือข่าย และระบบจัดเก็บข้อมูลที่รองรับบริการดิจิทัลจำนวนมาก หากไฟฟ้าหลักมีปัญหา ระบบเหล่านี้จึงต้องสามารถทำงานต่อได้

Data Center จึงมีระบบไฟสำรองหลายชั้น เมื่อไฟฟ้าหลักดับ UPS หรือระบบสำรองไฟฉุกเฉิน จะจ่ายไฟให้ทันทีในช่วงสั้น ๆ ก่อนที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง หรือ Generator จะเริ่มทำงานและรับช่วงต่อ เนื่องจาก Generator ส่วนใหญ่ยังใช้น้ำมันดีเซล จึงจำเป็นต้องมีน้ำมันสำรองไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน พูดง่าย ๆ คือ มีเครื่องปั่นไฟอย่างเดียวไม่พอ หากไม่มีน้ำมันเครื่องก็ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าต่อได้

สำหรับ Data Center ที่อ้างอิงมาตรฐาน Tier ของ Uptime Institute โดยทั่วไปจะต้องมีน้ำมันสำรองให้เพียงพอสำหรับให้ Generator ทำงานได้อย่างน้อย 12 ชั่วโมง ตามกำลังที่ออกแบบไว้ โดยต้องดูจากปริมาณน้ำมันที่พร้อมใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงความจุรวมของถังทั้งหมด

⚫ แล้ว “น้ำมันสำรอง” ต้องเก็บอย่างไร?

การสำรองน้ำมันของ Data Center ไม่ได้หมายถึงการนำถังขนาดใหญ่มาตั้งไว้แล้วเติมน้ำมันให้มากที่สุด แต่เป็น ระบบเชื้อเพลิง (Fuel System) ที่ต้องออกแบบร่วมกับ Generator ระบบท่อ ปั๊ม วาล์ว ระบบตรวจจับการรั่ว และระบบป้องกันอัคคีภัย

โดยทั่วไป ระบบอาจมีทั้ง ถังเก็บหลัก (Bulk Tank) สำหรับเก็บเชื้อเพลิงจำนวนมาก และถังที่จ่ายเชื้อเพลิงให้ Generator โดยตรงหรือ Day Tank ขึ้นอยู่กับรูปแบบการออกแบบของแต่ละ Data Center ซึ่ง Uptime Institute มองว่าถัง ปั๊ม วาล์ว และระบบท่อทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของระบบสำรองไฟที่ต้องมีความน่าเชื่อถือเช่นเดียวกัน

⚫ ต้องเก็บกี่เปอร์เซ็นต์ของถัง?

ในแง่มาตรฐาน Data Center ไม่มีเกณฑ์กลางที่บอกว่าทุกแห่งต้องเก็บน้ำมันเป็น X% ของความจุถังทั้งหมด แต่พิจารณาจาก “ระยะเวลาที่ระบบสามารถทำงานได้จริง” มากกว่า เช่น เกณฑ์ 12 ชั่วโมงของ Uptime Institute ดังนั้น หากมีถังรวมกันจำนวนมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าปริมาณทั้งหมดจะถูกนับเป็นเชื้อเพลิงสำรองที่พร้อมใช้งานเสมอไป เพราะต้องคำนึงถึงถังหรือระบบที่ต้องถูกแยกออกเมื่อเกิดความขัดข้องหรือมีการบำรุงรักษาด้วย

⚫ เก็บบนดิน ใต้ดิน หรือในอาคารได้หรือไม่?

สำหรับประเทศไทย กฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน พ.ศ. 2567 รองรับรูปแบบการติดตั้งถังหลายลักษณะ ทั้ง ถังเหนือพื้นดิน ถังใต้พื้นดิน และถังที่ติดตั้งภายในอาคารที่สร้างขึ้นสำหรับเก็บถังน้ำมันโดยเฉพาะ โดยแต่ละรูปแบบมีข้อกำหนดเรื่องโครงสร้าง ระยะปลอดภัย ระบบป้องกันการรั่ว และระบบป้องกันอัคคีภัยที่แตกต่างกัน

กฎกระทรวงฉบับนี้ยังเพิ่มหลักเกณฑ์สำหรับ อาคารติดตั้งถังเก็บน้ำมันโดยเฉพาะ เพื่อให้การจัดเก็บเชื้อเพลิงภายในอาคารมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งในเรื่องความทนไฟ การตรวจจับการรั่ว และมาตรการป้องกันเหตุฉุกเฉิน ในกรณีถังที่ติดตั้งในอาคาร กฎหมายกำหนดรายละเอียดเฉพาะตามชนิดน้ำมันและขนาดถัง

ตัวอย่างเช่น ถังสำหรับน้ำมันดีเซลในอาคารติดตั้งถังโดยเฉพาะสามารถมีความจุได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกำหนดขนาดถังได้อย่างอิสระ ขณะเดียวกัน ปริมาณรวมก็มีผลต่อระดับการกำกับดูแลตามกฎหมายไทย โดยสำหรับน้ำมันชนิดไวไฟน้อย เช่น ดีเซล ปัจจุบันแบ่งหลัก ๆ เป็น

  • เกิน 454 แต่ไม่เกิน 15,000 ลิตร ต้องแจ้งการประกอบกิจการ

  • เกิน 15,000 แต่รวมไม่เกิน 500,000 ลิตร ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นสถานที่เก็บรักษาน้ำมันลักษณะที่สาม

  • เกิน 500,000 ลิตร จะเข้าสู่การกำกับดูแลในระดับคลังน้ำมัน ซึ่งมีข้อกำหนดเพิ่มเติม

ดังนั้น 500,000 ลิตรไม่ใช่เพดานที่กฎหมายห้ามเก็บเกิน แต่เป็นจุดที่ทำให้ประเภทและระดับการกำกับดูแลเปลี่ยนไป

⚫ การจัดเก็บน้ำมันของ Data Center เสี่ยงไหม

มีความเสี่ยง แต่สามารถบริหารจัดการได้ หากออกแบบและดำเนินงานตามมาตรฐาน แม้น้ำมันดีเซลจะมีความไวไฟต่ำกว่าเชื้อเพลิงบางประเภท แต่เมื่อจัดเก็บในปริมาณมาก ก็ยังต้องคำนึงถึง การรั่วไหล อัคคีภัย และความเสียหายของถังหรือระบบท่อ จึงต้องมีระบบตรวจจับการรั่ว การกักเก็บน้ำมันกรณีรั่ว และระบบป้องกันอัคคีภัยที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่เรื่องถังน้ำมัน เพราะ Generator ยังเกี่ยวข้องกับ เสียง ไอเสีย การขนส่งเชื้อเพลิง และการเข้าออกของรถขนส่ง โดยเฉพาะ Data Center ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองหรือใกล้ชุมชน

⚫ Site Selection จึงสำคัญ

การเลือกทำเล Data Center ต้องพิจารณาหลายด้านพร้อมกัน ทั้ง ไฟฟ้า ระบบสื่อสาร น้ำ ระบบทำความเย็น การเข้าถึงพื้นที่ ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และการขนส่งเชื้อเพลิง ซึ่งพื้นที่ในเมือง มีข้อดีเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อที่พร้อม แต่ก็มีข้อจำกัดมากขึ้นในเรื่อง พื้นที่ เสียง มลพิษ การจราจร และการจัดเก็บเชื้อเพลิง ดังนั้น ขนาดและรูปแบบของ Data Center จึงต้องเหมาะสมกับพื้นที่ตั้ง

⚫ แล้วผังเมืองไทยกำหนดยังไง

ประเทศไทยไม่ได้กำหนดว่า Data Center ทุกแห่งต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ประเภทเดียวกัน แต่ต้องพิจารณา ผังเมืองและข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่เป็นรายกรณี รวมถึงกฎหมายอาคาร การใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค และกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บน้ำมัน ดังนั้น แม้พื้นที่หนึ่งจะสามารถสร้าง Data Center ได้ ก็ยังต้องตรวจสอบต่อว่า Generator ถังน้ำมัน และระบบประกอบอื่น ๆ สามารถติดตั้งและดำเนินงานได้ตามข้อกำหนดของพื้นที่นั้นหรือไม่

⚫ ในเมืองมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด

การตั้ง Data Center ในเมืองมีข้อดี เพราะอยู่ใกล้ โครงข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้งาน และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม จึงเหมาะกับ Data Center บางประเภทที่ต้องการการเชื่อมต่อรวดเร็วและมี Latency ต่ำ แต่ถ้าเป็น Data Center ขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟมาก มี Generator หลายเครื่อง และต้องสำรองน้ำมันจำนวนมาก ข้อจำกัดของพื้นที่เมืองก็จะเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่อง พื้นที่ ระยะปลอดภัย เสียง การขนส่ง และผลกระทบต่อชุมชน

⚫ แล้วจริง ๆ Data Center ควรตั้งที่ไหน?

Data Center สามารถตั้งได้ในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเมือง นิคมอุตสาหกรรม หรือพื้นที่พิเศษ หากพื้นที่นั้นมีโครงสร้างพื้นฐานเพียงพอ เหมาะกับขนาดของโครงการ และเป็นไปตามกฎหมาย

Data Center ที่ต้องการอยู่ใกล้ผู้ใช้งานหรือจุดเชื่อมต่อเครือข่าย อาจเหมาะกับพื้นที่เมือง ส่วน Data Center ขนาดใหญ่ เช่น Hyperscale หรือ AI Data Center ที่ต้องใช้ไฟฟ้า น้ำ และพื้นที่จำนวนมาก อาจเหมาะกับพื้นที่ที่มีการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับโดยเฉพาะ

ซึ่งตอนนี้ไทยเองก็เริ่มให้ความสำคัญกับการวางแผนพื้นที่มากขึ้น เช่น การพัฒนา Power & Water Map เพื่อใช้ดูความพร้อมด้านไฟฟ้า น้ำ และช่วยประกอบการพิจารณาพื้นที่สำหรับ Data Center

ดังนั้น จึงไม่มีคำตอบตายตัวว่า Data Center ต้องตั้งอยู่ที่ไหน สิ่งสำคัญคือพื้นที่นั้นสามารถรองรับการใช้ทรัพยากร ขนาดของโครงการ และบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้หรือไม่ และไม่ว่าจะตั้งอยู่ในพื้นที่ใด หากเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ผู้ประกอบการก็ต้องดำเนินงานภายใต้ กฎหมายไทย มาตรฐานความปลอดภัย และหลักเกณฑ์ที่สามารถตรวจสอบได้

เพราะโจทย์ของประเทศไทยไม่ใช่การเลือกระหว่าง “การลงทุน” กับ “ความปลอดภัย” แต่คือการวาง Data Center ให้ถูกขนาด ถูกพื้นที่ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากที่สุด โดยบริหารผลกระทบต่อทรัพยากรและชุมชนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

OpenAI_พบ_AI_Agent_หลุดการควบคุม_เข้ายึดเว็บไซต์ในเยอรมนี
ต่างประเทศธุรกิจไอที

OpenAI พบ AI Agent หลุดการควบคุม เข้ายึดเว็บไซต์ในเยอรมนี

เกิดเหตุ AI Agent จำนวนมากของ OpenAI ได้เข้าควบคุมเว็บไซต์วิกิภาษาเยอรมัน DseWiki และเปลี่ยนเว็บไซต์ดังกล่าวให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนข้อความระหว่าง AI Agent

clock6 ชั่วโมงที่แล้ว
AI_เปิดตัวโมเดลใหม่ไม่หยุด_จนผู้ใช้เหนื่อยตามกระแส
ต่างประเทศธุรกิจไอที

AI เปิดตัวโมเดลใหม่ไม่หยุด! จนผู้ใช้เหนื่อยตามกระแส

clock22 ชั่วโมงที่แล้ว
Data_Center_น่ากังวลจริงหรือ_แล้ว_Data_Center_ที่ดีควรเป็นแบบไหน

Data Center น่ากังวลจริงหรือ? แล้ว Data Center ที่ดีควรเป็นแบบไหน

clock1 วันที่แล้ว