จะดีแค่ไหน ถ้าไม่ต้องเปลี่ยนชุดนักเรียนทุกปี เมื่อ โตโก สร้างเครื่องแบบ ที่โตตามเด็กได้
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

จะดีแค่ไหน? ถ้าไม่ต้องเปลี่ยนชุดนักเรียนทุกปี เมื่อ "โตโก" สร้างเครื่องแบบ ที่โตตามเด็กได้

ในปี 2024 UNESCO รายงานว่ามีเด็กและเยาวชนทั่วโลกถึง 273 ล้านคนที่อยู่นอกระบบการศึกษา

ปัญหานี้ไม่เพียงทำให้เด็กสูญเสียโอกาสในการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงการสูญเสียโอกาสในการพัฒนาทักษะ การสร้างรายได้ และการสร้างอนาคตที่มั่นคงในระยะยาว ขณะเดียวกันสังคมและเศรษฐกิจก็ต้องแบกรับต้นทุนจากการที่คนจำนวนหนึ่งไม่สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่

โดยสาเหตุหลักเกิดจากครอบครัวไม่สามารถแบกภาระค่าใช้จ่ายระหว่างการศึกษาได้ ซึ่งนอกจากค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง และค่าอาหารแล้ว  หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการศึกษา คือ “เครื่องแบบ” ที่มีราคาสูงและต้องเปลี่ยนในทุกๆปี 

ปัจจุบันกว่า 165 ประเทศทั่วโลกบังคับให้นักเรียนสวมเครื่องแบบไปโรงเรียน ทำให้ “เครื่องแบบ” เป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่ต้องแบกรับ โดยเฉพาะเมื่อเด็กเติบโตขึ้น ทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องแบบบ่อย 

หนึ่งในประเทศที่สะท้อนประเด็นนี้ได้ชัดคือ โตโก (Togo) ประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกาตะวันตก ที่หลายครอบครัวยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายหลายด้านในการส่งบุตรหลานเข้าเรียน ซึ่งในบางกรณีครอบครัวต้องใช้เงินออมหรือกู้ยืมเพื่อให้บุตรหลานสามารถกลับเข้าเรียนได้

“เครื่องแบบที่โตไปพร้อมกับเด็ก” สู่ “การสร้างโอกาสให้ชุมชน”

ปัญหาเหล่านี้ ทำให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Style Her Empowered (SHE) มองหาวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการแจกเครื่องแบบใหม่ แต่เป็นการออกแบบให้เครื่องแบบสามารถ “เติบโตไปพร้อมกับเด็ก” จนนำไปสู่การพัฒนา “Uniform That Grows” เครื่องแบบที่สามารถปรับขนาดตามการเติบโตของร่างกายได้

โดยนวัตกรรมโครงสร้างของชุดสามารถขยายได้ถึง 6 ไซส์ และเพิ่มความยาวได้ถึง 12 นิ้ว ผ่านจุดปรับขนาดบริเวณแขน อก และ เอว รวมถึงตะเข็บที่สามารถคลายออกเมื่อเด็กเติบโตขึ้น ทำให้ชุดหนึ่งตัวสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึงประมาณ 3 ปี แทนการต้องซื้อเครื่องแบบใหม่หลายครั้ง

โดย SHE ระบุว่าการออกแบบนี้ ยังทดแทนเครื่องแบบทั่วไปได้มากถึง 5 ตัว ตลอดช่วงการใช้งาน และนอกจากการปรับขนาดแล้ว องค์กรยังออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยการใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติ ต้านแบคทีเรียและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้นานขึ้นไม่ต้องซักบ่อย ช่วยลดภาระด้านเวลาและทรัพยากรของครอบครัว 

นอกจากนี้ เศษผ้าจากกระบวนการผลิตยังถูกนำไปต่อยอดเป็น ผ้าอนามัยแบบใช้ซ้ำ ทำให้วัสดุจากการผลิตสามารถสร้างประโยชน์ต่อได้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันกระบวนการผลิตยังช่วยให้เกิดการจ้างงานคนในพื้นที่ในโตโกเองด้วย ทำให้นวัตกรรมชิ้นเดียว สามารถเชื่อมโยงทั้งการลดต้นทุนของครอบครัว การลดการใช้ทรัพยากร และการสร้างงานในชุมชนเข้าด้วยกัน

นวัตกรรมเรียบง่ายก็สามารถต่อโอกาศและอนาคตให้กับเด็กได้

ชี้ให้เห็นว่า อุปสรรคในการศึกษาไม่ได้เกิดจากเรื่องใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นภาระสำหรับครอบครัว และเมื่อปัญหานั้นถูกแก้ด้วยการออกแบบที่เหมาะสม ผลลัพธ์จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การประหยัดค่าเครื่องแบบ แต่คือการช่วยลดอีกหนึ่งข้อจำกัดที่อาจทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด็กไทยยุค_AI_Native_เมื่อ_AI_กลายเป็น_เพื่อนซี้_ที่โตมาด้วยกัน

เด็กไทยยุค AI Native เมื่อ AI กลายเป็น "เพื่อนซี้" ที่โตมาด้วยกัน?

เมื่อพูดถึงเด็กยุคนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นรุ่น "AI Native" รุ่นแรกของโลกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบเจอเทคโนโลยี หรือ AI ที่ล้ำสมัย ซึ่ง AI ทำหน้าที่มากกว่าแค่โปรแกรมทั่วไป แต่ผันตัวมาเป็นผู้ช่วยที่คอยให้คำปรึกษา แนะนำเรื่องเรียน และ เป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ในชีวิตประจำวัน

clock3 ชั่วโมงที่แล้ว
Daiwa_Securities_บริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่นหวั่นข้อมูลลูกค้า_1_1_แสนรายรั่ว_หลังบริษัทคู่ค้าถูกแฮ็ก
ต่างประเทศสังคม

Daiwa Securities บริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่นหวั่นข้อมูลลูกค้า 1.1 แสนรายรั่ว หลังบริษัทคู่ค้าถูกแฮ็ก

clock23 ชั่วโมงที่แล้ว
สบส_พัฒนาระบบวิทยุสื่อสารทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต_เชื่อมการสื่อสารฉุกเฉิน_แม้ระบบหลักล่ม

สบส. พัฒนาระบบวิทยุสื่อสารทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต เชื่อมการสื่อสารฉุกเฉิน แม้ระบบหลักล่ม

clock23 ชั่วโมงที่แล้ว