
รัฐบาลเตรียมปรับกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้รองรับการทำธุรกรรมในยุคดิจิทัลมากขึ้น โดยเสนอร่าง พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่เข้าสู่ ครม. ซึ่งยังเปิดให้ประชาชนและภาคธุรกิจเลือกใช้เอกสารกระดาษได้ตามเดิม
ขณะเดียวกัน จะรับรองลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการชำระอากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ หากดำเนินการผ่านวิธีการที่น่าเชื่อถือหรือเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
นอกจากนี้ยังรองรับ “สัญญาอัตโนมัติ” ที่ระบบสามารถดำเนินการตามเงื่อนไขของสัญญาได้เอง โดยไม่ต้องมีคนเข้ามาอนุมัติทุกขั้นตอน รวมถึงกำหนดสถานะทางกฎหมายของตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็คในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจนขึ้น
ร่างกฎหมายนี้ ยังเพิ่มกรอบกำกับบริการธุรกรรมดิจิทัล 7 ประเภท ตั้งแต่บริการยืนยันตัวตน ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ การประทับเวลา ไปจนถึงการรับส่งและจัดเก็บข้อมูล โดยใช้หลัก Risk-based Approach ให้ผู้ให้บริการมีหน้าที่และความรับผิดชอบแตกต่างกันตามระดับความเสี่ยง
พร้อมให้อำนาจ ETDA เข้ามากำกับและรับรองผู้ให้บริการ รวมถึงเผยแพร่รายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และเอกสารที่พิมพ์จากข้อมูลดิจิทัลจะสามารถใช้เป็นเอกสารหรือพยานหลักฐานทางกฎหมายได้
โดยรัฐบาลระบุว่าการปรับกฎหมายครั้ง นี้มีเป้าหมายเพื่อให้กฎหมายรองรับรูปแบบธุรกรรมที่เปลี่ยนไปจากเอกสารดิจิทัลทั่วไป ไปจนถึงระบบอัตโนมัติและบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ หากผ่านกระบวนการออกกฎหมายและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วัน และเตรียมจัดทำกฎหมายลำดับรองอีก 26 ฉบับเพื่อรองรับการใช้งานจริง
ที่มา : รัฐบาลไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนการสร้าง Data Center ที่ซิดนีย์ถูกยกเลิก ! หลังถูกคนในพื้นที่ต่อต้านหนัก
แผนการสร้าง Data Center มูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ของ Goodman Group ในย่านชุมชน Lane Cove กรุงซิดนีย์ ถูกยกเลิก

แผนการสร้าง Data Center ที่ซิดนีย์ถูกยกเลิก ! หลังถูกคนในพื้นที่ต่อต้านหนัก

