
การใช้งาน AI ในจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปริมาณการใช้ Token เพิ่มจากราว 1 แสนล้าน Token ต่อวันในต้นปี 2024 เป็นมากกว่า 30 ล้านล้าน Token ต่อวันในกลางปี 2025 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 300 เท่า
ขณะเดียวกัน AI ก็สามารถเข้ามาช่วยทำงานได้หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่เขียนโค้ด วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงวางแผนการตลาด ทำให้คนคนเดียวสามารถรับผิดชอบงานได้หลายด้านโดยไม่ต้องมีทีมขนาดใหญ่
จนเกิดแนวคิด “บริษัทคนเดียว” หรือ One-Person Company: OPC และกลุ่ม “Super Individual” ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยทำงานตั้งแต่เขียนโค้ด วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงวางแผนการตลาด โดยไม่จำเป็นต้องมีทีมงานขนาดใหญ่เหมือนในอดีต
แต่การทำธุรกิจด้วยคนเพียงคนเดียวก็มีข้อจำกัด เพราะเมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว ความต้องการด้านทรัพยากรก็เพิ่มขึ้นตาม ทั้งพลังประมวลผลที่มีต้นทุนสูง ข้อมูลคุณภาพที่หาได้ยาก ไปจนถึงการขาดพื้นที่และโอกาสในการนำผลิตภัณฑ์ไปทดลองใช้จริงกับลูกค้า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนมากไปต่อได้ไม่ไกล แม้จะมีเทคโนโลยี AI อยู่ในมือก็ตาม
รัฐบาลเข้ามาหนุน SME ให้ธุรกิจ AI ไปได้ไกลขึ้น?
เพื่อไม่ให้ข้อจำกัดเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของผู้ประกอบการรายเล็ก กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) จึงได้เปิดแผนสนับสนุนการเริ่มต้นธุรกิจสำหรับ SME ด้าน AI (2026–2028) โดยมีระยะเวลา 3 ปี เพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจ AI โดยตั้งเป้าสนับสนุน SME ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมใหม่กว่า 10,000 แห่ง
พร้อมตั้งเป้าสร้าง SME ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้มากกว่า 2,000 แห่ง และผลักดันธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงในกลุ่ม Gazelle หรือบริษัทที่ขยายตัวได้รวดเร็ว และ Unicorn หรือบริษัทสตาร์ตอัปที่เติบโตจนมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยี และกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะทาง อย่างละ 10 แห่งทั่วประเทศ
ทำไมจีนถึงต้องหันมาสนับสนุน SME?
ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ระบุว่า SME มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจจีน ดังนี้
มีส่วนสร้างรายได้ภาษีของประเทศเกือบ 50%
สร้าง GDP ราว 60%
สนับสนุนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีประมาณ 70%
รองรับการจ้างงานในเมืองมากกว่า 80%
ขณะที่อุตสาหกรรม AI ของจีนก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดย MIIT คาดการณ์ว่าในปี 2025 อุตสาหกรรมนี้มีมูลค่ามากกว่า 1.2 ล้านล้านหยวน และมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ราว 6,000–6,200 แห่ง และภายในปี 2030 มูลค่าของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั้งระบบอาจเพิ่มขึ้นทะลุ 10 ล้านล้านหยวน
จีนเลยกำลังวางฐานให้ SME ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ เข้ามาใช้ประโยชน์จาก AI ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้การเติบโตของเทคโนโลยีนี้กระจายไปสู่ภาคธุรกิจในวงกว้าง ไม่ใช่จำกัดอยู่กับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง
รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดสำคัญ 4 ด้าน
1.ช่วยลดต้นทุน : รัฐนำพลังประมวลผลและข้อมูล ผ่าน China Computing Power Platform มาปล่อยเช่าให้ SME ในราคาถูก ทำให้ไม่ต้องควักเงินก้อนโตไปซื้อเซิร์ฟเวอร์เอง
2.ประหยัดเวลาพัฒนา : ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ เปิดฐานข้อมูลระดับอุตสาหกรรม ทั้งด้านการผลิต วัสดุศาสตร์ และชีวการแพทย์ ให้สามารถนำไปใช้งานได้ทันที พร้อมสนับสนุนแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สของจีนอย่าง AtomGit เพื่อให้ผู้พัฒนา AI มีทั้งโค้ดและเครื่องมือพร้อมใช้ ช่วยลดเวลาในการพัฒนาและเร่งการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด
3.เปิดพื้นที่ให้ทดลองจริง : ดึงบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมมาเป็นพันธมิตร เปิดโอกาสให้ SME นำ AI ไปทดลองใช้งานจริงกับระบบของบริษัทเหล่านี้ ช่วยแก้ปัญหาสำคัญของธุรกิจหน้าใหม่ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้แล้ว แต่ยังขาดโอกาสทดสอบกับลูกค้าจริง
4.เงินทุนและบุคลากร : ดึงกองทุน SME, AI และเซมิคอนดักเตอร์ระดับชาติเข้ามาช่วยดึงเงินเอกชนสู่ธุรกิจระยะเริ่มต้น
แผน AI นี้ยังอยู่ภายใต้ทิศทางการส่งเสริม SME ระยะยาวของจีน ที่ตั้งเป้าให้บริษัท Little Giants ทั่วประเทศเพิ่มเป็น 22,000 แห่ง ภายในปี 2030
ด้วยเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่า จีนมอง AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับ SME และต่อยอดธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งหากทำสำเร็จ การนำ AI ไปใช้ในวงกว้างจะช่วยให้ธุรกิจทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และสร้างฐานผู้ประกอบการที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้จีนรักษาความสามารถในการแข่งขันและตำแหน่งหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลกในระยะยาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Anthropic เสนอชะลอการพัฒนา AI เมื่อความเร็วของนวัตกรรมอาจแซงหน้าความปลอดภัย
Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ได้ออกมาเรียกร้องให้บริษัทผู้พัฒนาโมเดลขนาดใหญ่ ชะลอการพัฒนาความสามารถของ AI ท่ามกลางความกังวลเรื่องการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิดและความเสี่ยงที่อาจควบคุมไม่ได้ในอนาคต

Anthropic เสนอชะลอการพัฒนา AI เมื่อความเร็วของนวัตกรรมอาจแซงหน้าความปลอดภัย

