
สังคม
ลาก่อน Easy E-Receipt คลังเล็งโมเดลใหม่ ดันลดหย่อนภาษีเฉพาะสินค้า Made in Thailand
17 กุมภาพันธ์ 2569
หลังมาตรการลดหย่อนภาษีอย่างช้อปดีมีคืน หรือ Easy E-Receipt ส่อแววว่าจะไม่ได้ไปต่อ เพราะรัฐบาลมองว่ามาตรการเหล่านี้กระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมได้ไม่คุ้มกับรายได้ภาษีที่รัฐต้องเสียไป ล่าสุดกระทรวงการคลัง ภายใต้การผลักดันของเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กำลังศึกษาแนวทางลดหย่อนภาษีรูปแบบใหม่ โดยเน้นสนับสนุนการซื้อสินค้า “Made in Thailand” เป็นหลัก
มาตรการเดิมก็สร้างเงินหมุนเวียนในประเทศ ทำไมต้องเปลี่ยน?
เพราะตัวเลขที่ออกมา ชี้ว่า “เงินหมุน” ไม่ได้แปลว่า “เศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น” เสมอไป หากย้อนดูมาตรการ ช้อปดีมีคืน” ปี 65 จะพบว่า แม้จะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนราว 42,000 ล้านบาท แต่ GDP เพิ่มขึ้นเพียง 0.12% ขณะที่รัฐต้องสูญเสียรายได้ภาษี 6,200 ล้านบาท ส่วน Easy E-Receipt 2.0 ในปี 68 แม้คาดว่าเงินจะสะพัดราว 70,000 ล้านบาท แต่รัฐก็ต้องแลกกับรายได้ภาษีกว่า 10,500 ล้านบาท
สะท้อนว่า รัฐต้องยอมเสียรายได้ถึงหลักหมื่นล้านบาท เพื่อแลกกับแรงกระตุ้นเศรษฐกิจที่ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย และคนส่วนใหญ่ก็เร่งซื้อของที่ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้วให้ทันช่วงลดหย่อน พอมาตรการหมด ยอดขายก็กลับมาเหมือนเดิม ที่สำคัญ มาตรการเดิมไม่ได้กำหนดว่าสินค้าที่ซื้อจะต้องผลิตในไทย เงินบางส่วนจึงอาจไหลไปยังสินค้านำเข้า จึงไม่ได้ช่วยภาคการผลิตในประเทศอย่างเต็มที่ ซึ่งมาตรการใหม่ที่กำลังศึกษาอยู่นี้ไม่เพียงกระตุ้นให้คนใช้เงินเยอะขึ้น แต่คือทำอย่างไรให้สามารถสร้างมูลค่าในประเทศได้จริง
ส่องแนวคิดมาตรการใหม่ ที่เน้นดันช้อป Made in Thailand
แนวคิดหลักคือการตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่า สินค้าที่จะเข้าร่วมต้องผลิตในไทย โดยอาจอ้างอิงเกณฑ์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่กำหนดให้สินค้าที่จะใช้ลดหย่อนภาษีได้ ใช้วัตถุดิบในประเทศไม่น้อยกว่า 40% เพื่อให้แน่ใจว่าเงินภาษีที่รัฐยอมลดให้ จะไปถึงผู้ผลิตและธุรกิจไทยจริงๆ
ซึ่งความน่าสนใจของแนวคิดมาตรการใหม่นี้ ไม่ได้อยู่แค่รูปแบบการลดหย่อนภาษี แต่คือเป้าหมายที่ช่วยโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ เพราะภาคการผลิตยังมีสัดส่วนราวหนึ่งในสี่ของ GDP ไทย ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานจำนวนมาก ซึ่งหากกำหนดให้การใช้จ่ายมุ่งไปที่สินค้าไทยโดยตรง ผลที่ได้อาจช่วยภาคการผลิตและการจ้างงานได้มากกว่าการกระตุ้นให้คนรีบช้อปแค่ช่วงสั้นๆ
อย่างไรก็ตาม แม้ตอนนี้แนวคิดนี้จะยังอยู่ในขั้นศึกษา รายละเอียด เงื่อนไข และช่วงเวลาบังคับใช้ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาล แต่ก็สะท้อนว่ารัฐกำลังพยายามปรับวิธีคิดใหม่ ไม่ได้มองแค่การกระตุ้นให้คนจับจ่ายมากขึ้นเท่านั้น เพราะต้องการให้ทุกบาทของมาตรการภาษีช่วยสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ก็ต้องมารอติดตามว่าเงินภาษีที่รัฐยอมเสียไป จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ และนี่อาจเป็นจุดตัดสำคัญว่า แนวคิดมาตรการภาษีรอบใหม่จะเป็นแค่แรงกระตุ้นชั่วคราว หรือเป็นหมากเดินเกมระยะยาวของเศรษฐกิจไทยกันแน่
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

UN เตือน AI อาจกระทบมนุษยชาติ เร่งวางกรอบกำกับมาตรฐานความปลอดภัยก่อนสายเกินแก้
การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว จนคำถามสำคัญในวันนี้อาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “AI จะทำอะไรได้อีกบ้าง” แต่เป็น “มนุษย์จะสามารถควบคุม AI ที่มีความสามารถสูงขึ้นได้มากแค่ไหน”

UN เตือน AI อาจกระทบมนุษยชาติ เร่งวางกรอบกำกับมาตรฐานความปลอดภัยก่อนสายเกินแก้

ศึกชิป AI ลามอาเซียน! มาเลเซียจ่อใช้ชิป Huawei สร้าง Sovereign AI แม้สหรัฐฯ จะเคยเตือนแล้วก็ตาม
