
ความยั่งยืน
มือถือพังไม่ต้องทิ้ง ซ่อมเองได้เลย! รู้จัก "Fairphone" มือถือที่ต้องการหยุดวงจรขยะอิเล็กทรอนิกส์
17 ตุลาคม 2569
ปัจจุบันโลกมีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 62 ล้านตันต่อปี แต่มีเพียง 22.3% เท่านั้นที่ได้เข้ากระบวนการรีไซเคิล และปริมาณขยะยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 82 ล้านตันภายในปี 2030 ตามรายงาน The Global E-waste Monitor 2024 ขององค์การ ITU และ UNITAR
ซึ่งสมาร์ทโฟนเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่พบในขยะอิเล็กทรอนิกส์บ่อยที่สุด ซึ่งมักถูกทิ้งเมื่อแบตเตอรี่เสื่อมหรือหน้าจอแตก เพราะการซ่อมมีราคาที่แพง แต่ปัญหาไม่ได้มีแค่ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าหากกำจัดไม่ถูกวิธี จะส่งผลให้สารอันตรายอย่างตะกั่วและปรอทอาจปนเปื้อนลงสู่ดิน น้ำ และอากาศได้
WHO จึงออกมาเตือนว่า เด็กและหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อสารพิษจากขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นพิเศษ เพราะแค่สัมผัส สารอันตรายก็อาจส่งผลต่อพัฒนาการ ระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพในระยะยาว
เมื่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบต่อผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ คำถามที่ตามมาคือ เราจะทำยังไงให้สมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องใช้ได้นานขึ้น เพื่อไม่ต้องสร้างขยะเกินความจำเป็น
Fairphone นวัตกรรมสมาร์ตโฟนที่ออกแบบให้ “ซ่อมได้ด้วยตัวเอง”
Fairphone คือบริษัทเพื่อความยั่งยืนจากเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งในปี 2013 โดย Bas van Abel และทีม ด้วยแนวคิดที่ว่าการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควรคำนึงถึงทั้งผู้บริโภค แรงงาน และสิ่งแวดล้อม โดยจุดเด่นคือสมาร์ทโฟนที่ซ่อมเองได้และใช้งานได้นาน
อย่าง Fairphone (Gen. 6) ที่มีชิ้นส่วนให้ผู้ใช้เปลี่ยนเองได้ 12 ชิ้น ตั้งแต่แบตเตอรี่ หน้าจอ ไปจนถึงพอร์ต USB-C พร้อมรับประกัน 5 ปี และอัปเดตซอฟต์แวร์จนถึงปี 2033 ผู้ใช้จึงใช้เครื่องเดิมต่อได้ แทนที่จะต้องซื้อเครื่องใหม่เมื่อมีชิ้นส่วนเสีย
Fairphone ยังลดผลกระทบตั้งแต่ต้นทางด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล โดย Gen. 6 ใช้วัสดุจากแหล่งที่เป็นธรรมหรือรีไซเคิลมากกว่า 50% ของผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมทั้งอะลูมิเนียม ทองแดง และพลาสติก
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนคือ Carbon Footprint จากการผลิต Gen.6 อยู่ที่ราว 29 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อเครื่อง ช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 2,083 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ อีกทั้งบริษัทยังใส่ใจคนที่อยู่เบื้องหลังการผลิต โดยใส่ใจ ด้านความปลอดภัย สุขภาพ และสภาพการทำงาน ในปี 2025 มีผู้คนกว่า 11,000 คนได้ประโยชน์ และบริษัทจ่ายโบนัสสนับสนุนค่าจ้างรวม 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยลดช่องว่างรายได้
ส่วนเมื่ออุปกรณ์หมดอายุการใช้งานจริงๆ บริษัทเก็บรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิลอย่างรับผิดชอบ ซึ่งสามารถเก็บได้มากถึง 30 ตันในปี 2025
“ออกแบบสินค้าให้ใช้ได้นาน” อาจเป็นอีกทางออกของปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์
แม้ Fairphone จะไม่สามารถแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งหมด แต่ก็แสดงให้เห็นว่าการมีนวัตกรรมแบบนี้ที่ถูกออกแบบมาให้ซ่อมง่ายและใช้งานได้นานขึ้นเป็นอีกทางหนึ่งในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอาจไม่ได้อยู่ที่การสร้างอุปกรณ์รุ่นใหม่ให้เร็วขึ้น แต่อยู่ที่การทำให้สิ่งที่เรามีอยู่แล้วใช้งานได้นานขึ้นนั่นเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ต้องรื้อสร้างใหม่! โซลาร์เซลล์น้ำหนักเบาจากสวีเดน เปลี่ยนหลังคาทางเดินเก่าในกรุงเทพฯ ให้ผลิตไฟฟ้าได้ 5,805 kWh ต่อปี
เมื่อพื้นที่ในเมืองมีจำกัด การผลิตพลังงานสะอาดจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการสร้างโรงไฟฟ้าหรือติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ใหม่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการนำโครงสร้างที่มีอยู่ในเมืองมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น

ไม่ต้องรื้อสร้างใหม่! โซลาร์เซลล์น้ำหนักเบาจากสวีเดน เปลี่ยนหลังคาทางเดินเก่าในกรุงเทพฯ ให้ผลิตไฟฟ้าได้ 5,805 kWh ต่อปี

เบื้องหลัง AI ใครเแบกรับต้นทุน? เมื่อ Data Center กลายเป็นโจทย์ท้าทายความยั่งยืนของโลก
