
ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกที่มีการโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุด ซึ่งโรงพยาบาลเป็นหนึ่งในเป้าหมายของเหล่าแฮกเกอร์ โดยเฉพาะ “Sensitive Personal Data” หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว และกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลของทั้งองค์กร และบุคคลทั่วไป
เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางพันธุกรรม โดยหากข้อมูลเหล่านี้รั่วไหล หรือถูกขโมย นำไปใช้ในทางที่ผิด อาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายทางการเงิน การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่
ดังนั้น การปกป้องข้อมูล “จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย” แต่หมายถึง “ความมั่นคงของชีวิตผู้คน” ซึ่งก็มีกรณีโรงพยาบาลชั้นนำในไทยที่ถูกโจมตีทางไซเบอร์ โดยข้อมูลจาก Cloudflare เผยว่าภัยคุกคามที่โรงพยาบาลเผชิญมีหลายรูปแบบ เช่น การโจมตีด้วยบอทอัตโนมัติเป็นปัญหาที่พบบ่อย ซึ่งอาชญากรใช้โปรแกรมอัตโนมัติพยายามเจาะระบบหรือสร้างการรับส่งข้อมูลปลอมเพื่อหาช่องโหว่
ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลต้องเผชิญกับการโจมตีประเภทนี้ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเฉลี่ย 37,000 ครั้งต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีการโจมตี DDoS ที่ส่งการเข้าถึงจำนวนมหาศาลเพื่อทำให้ระบบล่ม ซึ่งอาจทำให้การให้บริการผู้ป่วยขัดข้อง และส่งผลกระทบต่อการรักษา
แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม “ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์” ในสถานพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม ที่ควรมีการวางแผนอย่างรอบคอบ พร้อมเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งไม่เพียงช่วยป้องกันภัยคุกคามเท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดต้นทุน ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการให้บริการได้สะดวกรวดเร็ว และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยได้ตามมาตรฐานสากล
การลงทุนกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมองข้าม เพราะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรในระยะยาว ท่ามกลางโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยว่าข้อมูลสุขภาพที่มีค่าจะได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม พร้อมกับนำมาใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพการรักษาและการบริการต่อไป
เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางพันธุกรรม โดยหากข้อมูลเหล่านี้รั่วไหล หรือถูกขโมย นำไปใช้ในทางที่ผิด อาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายทางการเงิน การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่
ดังนั้น การปกป้องข้อมูล “จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย” แต่หมายถึง “ความมั่นคงของชีวิตผู้คน” ซึ่งก็มีกรณีโรงพยาบาลชั้นนำในไทยที่ถูกโจมตีทางไซเบอร์ โดยข้อมูลจาก Cloudflare เผยว่าภัยคุกคามที่โรงพยาบาลเผชิญมีหลายรูปแบบ เช่น การโจมตีด้วยบอทอัตโนมัติเป็นปัญหาที่พบบ่อย ซึ่งอาชญากรใช้โปรแกรมอัตโนมัติพยายามเจาะระบบหรือสร้างการรับส่งข้อมูลปลอมเพื่อหาช่องโหว่
ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลต้องเผชิญกับการโจมตีประเภทนี้ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเฉลี่ย 37,000 ครั้งต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีการโจมตี DDoS ที่ส่งการเข้าถึงจำนวนมหาศาลเพื่อทำให้ระบบล่ม ซึ่งอาจทำให้การให้บริการผู้ป่วยขัดข้อง และส่งผลกระทบต่อการรักษา
แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม “ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์” ในสถานพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม ที่ควรมีการวางแผนอย่างรอบคอบ พร้อมเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งไม่เพียงช่วยป้องกันภัยคุกคามเท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดต้นทุน ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการให้บริการได้สะดวกรวดเร็ว และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยได้ตามมาตรฐานสากล
การลงทุนกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมองข้าม เพราะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรในระยะยาว ท่ามกลางโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยว่าข้อมูลสุขภาพที่มีค่าจะได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม พร้อมกับนำมาใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพการรักษาและการบริการต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่างประเทศธุรกิจไอที
บทสรุปจาก 9arm เมื่อ AI ทำงานระดับ Senior ได้ แล้วปลายทางของ Junior จะเป็นยังไง?
9arm นักพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับ Staff Engineer ออกมาเล่าประสบการณ์การใช้ AI ในการทำงานจริง ผ่านวิดีโอบน YouTube ที่ทำให้หลายคนเริ่มมองอนาคตของสาย Developer ต่างออกไป

ต่างประเทศธุรกิจไอที
บทสรุปจาก 9arm เมื่อ AI ทำงานระดับ Senior ได้ แล้วปลายทางของ Junior จะเป็นยังไง?

ต่างประเทศธุรกิจไอที
