ถึงเวลาที่ไทยต้องพัฒนา Connectivity หรือนี่คือจุดเปลี่ยนสู่ Digital Hub ที่แข็งแกร่ง
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ถึงเวลาที่ไทยต้องพัฒนา Connectivity? หรือนี่คือจุดเปลี่ยนสู่ Digital Hub ที่แข็งแกร่ง

อัตราการแข่งขันด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียนกำลังสูงขึ้น หลายประเทศเริ่มวางมาตรการเพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากผู้ให้บริการ Cloud และ AI ซึ่งไทยเองก็มีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการต่าง ๆ ที่เอื้อต่อธุรกิจและนักลงทุน

แต่แม้เราจะมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ Data Center จำนวนมาก แต่สิ่งที่น่าคิดคือการมีเพียงโครงสร้างพื้นฐานนั้นก็อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้หนทางสู่การเป็น Digital Hub แข็งแกร่งขึ้นได้

ทำไมแค่โครงสร้างพื้นฐานถึงยัง “ไม่เพียงพอ” 

ที่ผ่านมาไทยเน้นส่งเสริมการลงทุนในด้านดิจิทัลและ Data Center เป็นหลัก ผ่านมาตรการสำคัญ เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI สำหรับ Data Center และ Cloud Service 

รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แต่การจะก้าวสู่ Digital Hub ก็คงไม่ได้วัดกันที่ปริมาณเงินลงทุนหรือจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่มีเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจาก “โครงสร้างพื้นฐาน” ไปสู่การสร้าง “Ecosymtem” ที่เชื่อมโยงทั้งธุรกิจ, เทคโนโลยี, เครือข่ายการสื่อสาร และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน 

สาเหตุที่ปัจจัยเหล่านี้ต้องเชื่อมโยงกันและมีความสำคัญนั้น เป็นเพราะยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ข้อมูลไม่ได้ถูกเก็บในระบบเดียว หากผู้ให้บริการ Cloud หรือองค์กรธุรกิจต่าง ๆ ยังทำงานคนละส่วนกัน ข้อมูลจะไม่สามารถส่งต่อ หรือประมวลผลรวมกันได้ส่งผลให้เทคโนโลยี AI หรือระบบอัตโนมัติไม่สามารถดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ได้ 

หากขาดการเชื่อมโยงนี้ การลงทุนก็จะไม่เกิดการต่อยอด และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยก็จะไม่พร้อมรับมือกับการแข่งขัน

“Connectivity” หัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ 

นิยามของ Digital Hub คือศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและข้อมูลที่เชื่อมโยงกับทุกส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อให้การรับ-ส่งข้อมูลบนออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยที่สุด

เครือข่ายการสื่อสารจึงไม่ได้เป็นแค่ช่องทางส่งผ่านข้อมูลเท่านั้น แต่เป็น "หัวใจหลัก" ในการทำธุรกิจ ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ ที่ต้องอาศัยความเร็วและความเสถียรในการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ

ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันธนาคาร , อีคอมเมิร์ซ , ไลฟ์สตรีมมิ่ง ไปจนถึงเทคโนโลยี AI ทั้งหมดนี้ต้องอาศัย Connectivity เป็นรากฐานสำคัญในการรับส่งข้อมูลให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

เตรียมความพร้อมรับมือยุค AI 

หาก Connectivity คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ข้อมูลและระบบต่าง ๆ เชื่อมต่อถึงกัน AI ก็เข้ามามีบทบาทในการนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์และต่อยอดให้เกิดประโยชน์ โดยอาศัย Cloud และศูนย์ข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้บริการดิจิทัลสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น การพัฒนา Digital Hub จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องของการเชื่อมต่อ แต่ต้องมีทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและเทคโนโลยีที่สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งมี 3 องค์ประกอบหลักที่ต้องทำงานร่วมกัน

  • Data Foundation: ระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีคุณภาพ

  • Data Governance: การจัดการความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมาย

  • Scalable Network: เครือข่ายที่รองรับการขยายตัว เพื่อส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลให้ AI วิเคราะห์และทำงานได้อย่างแม่นยำ

สุดท้ายแล้ว การผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่เป็น Digital Hub ของอาเชียน หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การสร้าง Connectivity ที่แข็งแกร่ง เพื่อเชื่อมโยงทั้งธุรกิจ ผู้คน เทคโนโลยี และตลาดเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ไทยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใช้_AI_ปราบพนันออนไลน์_โลกดิจิทัลจะปลอดภัยขึ้นจริงหรือไม่

ใช้ AI ปราบพนันออนไลน์ โลกดิจิทัลจะปลอดภัยขึ้นจริงหรือไม่

ปัญหาใหญ่ของพนันออนไลน์ในปัจจุบัน คือการเข้าถึงที่ง่ายมาก แค่มีมือถือ รวมถึงโฆษณาชวนเชื่อ และการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงได้ 24 ชั่วโมงและเข้าถึงได้ง่าย

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลกที่_44_ส่งออกเทคโนโลยีติด_Top_10_รัฐเดินหน้าดันงานให้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลกที่ 44 ส่งออกเทคโนโลยีติด Top 10 รัฐเดินหน้าดันงานให้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว
เปิดข้อถกเถียง_UPOV_1991_กับสิทธิในพันธุ์พืชและอนาคตเกษตรกรไทย

เปิดข้อถกเถียง UPOV 1991 กับสิทธิในพันธุ์พืชและอนาคตเกษตรกรไทย

clock18 ชั่วโมงที่แล้ว