
หน่วยความจำ (RAM) เป็นหนึ่งในทรัพยากรสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกต้องการ เพราะเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของอุปกรณ์ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ใน Data Center
การแข่งขันพัฒนา AI ทำให้ความต้องการ RAM เพิ่มสูงขึ้น จนสร้างแรงกดดันต่อกำลังการผลิตในตลาด จนเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนส่งผลให้ผู้บริโภคต้องรับมือกับราคาอุปกรณ์ที่สูงขึ้นตามไปด้วย
เมื่อความต้องการของ “Data Center” ดันราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ปัญหาราคา RAM สูงขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตลาด แต่สิ่งที่ทำให้ครั้งนี้ต่างออกไปคือมีความต้องการหน่วยความจำจากอุตสาหกรรม AI จนกำลังเปลี่ยนทิศทางการผลิตของอุตสาหกรรม Semiconductor ทั่วโลก
แม้ RAM จะมีหลายประเภท แต่การพัฒนา AI จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงอย่าง High Bandwidth Memory (HBM) ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วและรองรับการทำงานร่วมกับ GPU จำนวนมากได้
เมื่อความต้องการพุ่งสูง ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อย่าง Samsung , SK Hynix และ Micron จึงหันไปเร่งผลิต HBM ซึ่งมีมูลค่าและอัตรากำไรสูง แต่การผลิต HBM ต้องใช้ทรัพยากรและกำลังการผลิตชุดเดียวกับ DRAM ทั่วไป ทำให้ RAM สำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ก็มีจำนวนไม่เพียงพอตามไปด้วย
ข้อมูลจาก S&P Global เมื่อต้นปี 2026 ระบุว่า การที่ผู้ผลิตหน่วยความจำหันไปเพิ่มกำลังการผลิต HBM เพื่อรองรับตลาด AI ทำให้ปริมาณ DRAM แบบดั้งเดิมตึงตัวขึ้น และกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ราคาหน่วยความสูงขึ้น
สถานการณ์นี้เริ่มส่งผลต่อราคาสินค้าในตลาดอย่างเห็นได้ชัด โดย Gartner คาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2026 ต้นทุนของ DRAM และ SSD รวมกันจะเพิ่มขึ้นประมาณ 130% เมื่อเทียบกับปี 2025 และจะส่งผลให้ราคา PC เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17% ส่วนสมาร์ทโฟนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 13%
นอกจากราคาที่สูงขึ้นแล้ว ปริมาณการจัดส่ง PC ทั่วโลกในปี 2026 ก็จะลดลงถึง 10.4% และสมาร์ทโฟนดิ่งลง 8.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะผู้บริโภคบางส่วนอาจชะลอการเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งก็ไม่ได้กระทบแค่คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนเท่านั้น เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่จำนวนมาก ที่ต้องใช้หน่วยความจำในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ รถยนต์อัจฉริยะ เครื่องเล่นเกม หรืออุปกรณ์ IoT ก็อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นเช่นกัน
การเติบโตของ AI อาจทำให้คนบางกลุ่มเข้าถึงเทคโนโลยีได้ยากขึ้น
หากมองให้ลึกกว่าปัญหาราคาอุปกรณ์ สิ่งที่น่ากังวลคือการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรครั้งนี้อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี (Digital Divide) มากขึ้นด้วย
เพราะบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มีเงินทุนเพียงพอที่จะทำสัญญาจัดซื้อหน่วยความจำระยะยาว ขณะที่ผู้ผลิตเองก็มีแรงจูงใจในการจัดสรรทรัพยากรให้กับลูกค้ารายใหญ่ที่มีอำนาจซื้อสูงและสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น Gartner ยังประเมินว่าตลาดคอมพิวเตอร์ระดับเริ่มต้นที่มีราคาต่ำกว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐ อาจหายไปภายในปี 2028
เทคโนโลยีต้องเข้าถึงได้สำหรับทุกคน
ทางออกของปัญหาคือการเพิ่มกำลังการผลิตหน่วยความจำและกระจายห่วงโซ่อุปทานให้มีผู้ผลิตและแหล่งจัดหาที่หลากหลายขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาผู้ผลิตรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้การประมวลผล AI ใช้หน่วยความจำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จึงควรมีสินค้าระดับเริ่มต้นให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ เพื่อไม่ให้ต้นทุนที่สูงขึ้นจากการแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยีกลายเป็นภาระของคนที่มีรายได้น้อย
เพราะการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีควรทำให้คนทั่วไปเข้าถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่ทำให้สินค้าพื้นฐานมีราคาแพงจนคนบางกลุ่มซื้อไม่ไหว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI Micro Drama โอกาสทองธุรกิจ หรือแค่จุดเริ่มต้นของ AI Slop?
ยุคนี้ผู้คนมีเวลาว่างจำกัด หลายคนจึงหันมาเสพความบันเทิงที่เข้าถึงง่ายและใช้เวลาไม่นาน เช่น วิดีโอสั้นบน TikTok , Reels และ Micro Drama หรือละครสั้นที่มีเนื้อหากระชับ ดำเนินเรื่องเร็ว บางเรื่องมีความยาวเพียง 1–2 นาทีต่อตอน และเมื่อพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยน อุตสาหกรรมบันเทิงจึงเริ่มนำ AI มาผลิตเนื้อหา เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการสร้าง

