
ความตึงเครียดด้านพลังงาน โจทย์สำคัญของไทยไม่ใช่แค่การประคองราคาในระยะสั้น แต่ต้องมีแผนรับมือแบบมั่นคง แม้ว่าเหตุสงครามจะเป็นปัจจัยใหญ่ที่ทำให้การวางแผนเป็นไปได้ยากก็ตาม
แนวทางการรับมือด้านพลังงานของไทยตอนนี้
การแก้ปัญหาจากภาครัฐนั้น ก็มีเรื่องสำคัญที่น่าสนใจ คือ การปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศให้มั่นคง และการเปิดทางให้ภาคครัวเรือนหรือผู้ใช้ไฟมีบทบาทเป็นผู้ผลิตไฟได้มากขึ้น ผ่านนโยบายของภาครัฐ
โดยการรับมือต้องไม่ใช่แค่อุดหนุนราคาเป็นครั้งคราว แต่ต้องปรับโครงสร้างการใช้พลังงานในประเทศ พร้อมเร่งใช้พลังงานทางเลือก เพื่อเสริมความมั่นคงระยะยาว และเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net Zero
ปรับโครงสร้างพลังงานเพื่อสอดรับการแก้ปัญหา
แนวคิดนี้ไม่ใช่แค่การหาเชื้อเพลิงเพิ่ม แต่รวมถึงการวางรากฐานตลาดไฟฟ้าแบบใหม่ ทั้งการเปิดทางสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี, การรองรับ Direct PPA, การสนับสนุนประชาชนให้เป็น Prosumer หรือผู้ใช้ไฟที่ผลิตไฟได้เอง, การพัฒนา Smart Grid และการผลักดันโครงการพลังงานชุมชน ร่วมด้วย
ก็คือรัฐมองว่า ระบบไฟฟ้าในอนาคตควรเป็นระบบที่มีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่กระจายตัว และใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเปิดให้ประชาชนบางส่วนผลิตไฟใช้เองหรือส่งไฟส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้
โมเดล Smart Grid หัวใจสำคัญการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน
ถ้ารัฐต้องการให้ประชาชนขายไฟคืนระบบมากขึ้น โครงข่ายไฟฟ้าต้องรองรับการรับไฟจากแหล่งผลิตที่กระจายตัวได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งต้องมีทั้ง Smart Meter การรับส่งข้อมูลการใช้ไฟฟ้า การพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน การเชื่อมต่อแหล่งผลิตไฟขนาดเล็ก และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อให้บริหารจัดการไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้บนเวทีประชุมระดับโลก IMF-WBG Spring Meeting 2026 ว่ากระทรวงพลังงานเริ่มผลักดันเรื่อง Smart Grid และ Grid Modernization อย่างชัดเจน
โดยหวังลดค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ด้วยหลักการ “4T” (Target Transition Transform Together) เน้นช่วยเหลือแบบระบุตัวตนผ่านดิจิทัลวอลเล็ตและแอปพลิเคชัน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำกว่าการอุดหนุนแบบเดิมที่ใช้งบสูง
ชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังรับมือวิกฤตพลังงานทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กันไป และประชาชนก็ได้มีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานของประเทศ แม้เผชิญกับความผันผวนของสงคราม
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงกรานต์ 2569 เงินสะพัดทั่วประเทศ แต่กำลังซื้อยังสะท้อนความเปราะบาง?
เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 กลับมาคึกคักอีกครั้ง และยังคงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน โดยปีนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียน จากการท่องเที่ยวทั่วประเทศกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สะท้อนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง?

