เนเธอร์แลนด์ จาก เอาชนะน้ำ สู่ การอยู่กับน้ำอย่างชาญฉลาด
facebook Iconx Iconline Icon

ความยั่งยืน

เนเธอร์แลนด์ จาก “เอาชนะน้ำ” สู่ “การอยู่กับน้ำอย่างชาญฉลาด”

Clock Icon

28 กันยายน 2569

เมื่อ “น้ำ” กลายเป็นโจทย์ระดับประเทศ

สำหรับประเทศที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความท้าทายไม่ได้มีเพียงแค่การสร้างโครงสร้างป้องกัน แต่คือการพัฒนาวิธีคิดและระบบตัดสินใจ เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ เนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ราว 25% ของพื้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ทำให้การบริหารความเสี่ยงจากน้ำกลายเป็นภารกิจสำคัญที่ประเทศนี้ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่หลังมหาอุทกภัยปี 1953

เหตุการณ์ North Sea Flood หนึ่งในมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ใน ปี 1953 ที่เกิดจากพายุรุนแรงและคลื่นพายุซัดฝั่งในทะเลเหนือ ส่งผลให้น้ำทะเลหนุนสูงและไหลเข้าท่วมพื้นที่ชายฝั่งของหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะเนเธอร์แลนด์ สร้างความเสียหายอย่างหนักและคร่าชีวิตผู้คนกว่า 1,800 คน จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เนเธอร์แลนด์ต้องยกระดับแนวทางรับมือภัยพิบัติครั้งใหญ่

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลเนเธอร์แลนด์จึงจัดตั้ง Delta Commission (คณะกรรมการเดลตา) เพื่อศึกษา วิเคราะห์ความเสี่ยง และวางแผนแนวทางป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว โดยมีเป้าหมายในการออกแบบระบบป้องกันภัยจากน้ำที่สามารถรับมือกับระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นได้

ก่อนต่อยอดไปสู่ Delta Works (โครงการเดลตาเวิร์กส์) ซึ่งเป็นเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเขื่อนกั้นน้ำ ประตูกั้นน้ำ และระบบป้องกันชายฝั่ง เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ถือเป็นหนึ่งในโครงการบริหารจัดการน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก

แต่ที่น่าสนใจคงไม่ใช่แค่เรื่องนวัตกรรม แต่คือการที่ประเทศนี้ใช้ข้อมูล และองค์ความรู้ เพื่อช่วยให้ประเทศตัดสินใจได้ว่า ควรรับมือกับความเสี่ยงอย่างไรในแต่ละสถานการณ์

เมื่อ “ความเสี่ยง” กลายเป็นสิ่งที่วิเคราะห์และคาดการณ์ได้

ในช่วงเวลานั้น นักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วม

หนึ่งในแนวคิดที่โดดเด่นมาจาก David van Dantzig นักคณิตศาสตร์ชาวดัตช์ ซึ่งนำหลักความน่าจะเป็นและการวิเคราะห์ต้นทุนมาใช้ เพื่อหาคำตอบว่า ประเทศควรลงทุนป้องกันน้ำท่วมมากน้อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด

เพราะการสร้างระบบป้องกันที่ใหญ่ที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป การลงทุนทุกระดับมีต้นทุน ขณะเดียวกันความเสียหายจากน้ำท่วมก็แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

ดังนั้น การตัดสินใจจึงต้องมองหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้ง โอกาสที่ภัยจะเกิดขึ้น ความเสียหายที่อาจตามมา และต้นทุนในการป้องกัน เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด

แนวคิดนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการจัดการภัยพิบัติยุคใหม่ เพราะทำให้ภัยธรรมชาติไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ แต่เป็น ความเสี่ยงที่สามารถใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์ วางแผน และเตรียมรับมือได้ล่วงหน้า

เมื่อ Data กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันน้ำท่วม

เมื่อวิธีคิดในการรับมือน้ำเปลี่ยนไป เทคโนโลยีก็ต้องเปลี่ยนตาม จากเดิมที่เน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ “ควบคุม” น้ำ เช่น เขื่อนหรือประตูระบายน้ำ แนวทางสมัยใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า

นี่คือจุดที่ทำให้ “Data” เข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบจัดการภัยพิบัติ เช่น ข้อมูลระดับน้ำ ปริมาณฝน ความเร็วลม ระดับน้ำทะเล สภาพพื้นที่ การใช้ประโยชน์ของที่ดิน และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน สามารถนำมารวมกันเพื่อสร้างแบบจำลองและช่วยคาดการณ์สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

ตัวอย่างเช่น

  • หากมีฝนตกในปริมาณหนึ่ง น้ำจะไหลไปในทิศทางใด

  • ระดับน้ำในแต่ละพื้นที่จะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน

  • พื้นที่ใดมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบก่อน

ปัจจุบัน เทคโนโลยีอย่าง Remote Sensing , IoT, Geospatial Data , Digital Twin , Machine Learning และ AI ช่วยให้สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้รวดเร็วขึ้น ทำให้การจัดการน้ำในยุคใหม่ไม่ได้มุ่งเพียงแค่ป้องกันเมื่อเกิดเหตุ แต่เป็นการใช้ข้อมูลเพื่อคาดการณ์ วางแผน และลดความเสี่ยงก่อนภัยจะมาถึง

คุณค่าของเทคโนโลยี คือการเพิ่ม “เวลาในการตัดสินใจ”

แน่นอนว่าการมีเทคโนโลยีก็ไม่ได้ทำให้ภัยพิบัติหายไป แต่สิ่งที่เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนได้คือ

ระยะเวลาที่มนุษย์มีในการตัดสินใจก่อนภัยจะเกิดขึ้น

เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้หน่วยงานสามารถเตรียมการได้เร็วขึ้น เช่น การปรับระบบระบายน้ำ การแจ้งเตือนประชาชน การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และทรัพยากร หรือการวางแผนอพยพ

ดังนั้น การจัดการภัยพิบัติในปัจจุบันจึงไม่ได้พึ่งพาแค่โครงสร้างพื้นฐาน เช่น เขื่อนหรือประตูระบายน้ำ แต่ต้องใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยตัดสินใจด้วย

Delta Works จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการป้องกันน้ำท่วมขนาดใหญ่ แต่เป็นบทเรียนสำคัญว่า การรับมือภัยพิบัติที่ดี ไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งป้องกัน แต่คือการมีข้อมูลและระบบที่ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก_SMR_นิวเคลียร์ขนาดเล็ก_กับโจทย์พลังงานไทย_ทางเลือกใหม่_หรือภาระที่ต้องคิดให้รอบด้าน

รู้จัก “SMR” นิวเคลียร์ขนาดเล็ก กับโจทย์พลังงานไทย ทางเลือกใหม่ หรือภาระที่ต้องคิดให้รอบด้าน?

โลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของ Data Center, AI, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจเองหันมาก็ให้ความสำคัญกับแหล่งไฟฟ้าที่มีความมั่นคง และปล่อยคาร์บอนต่ำมากขึ้น

clock4 วันที่แล้ว
วิเคราะห์สมรภูมิสิทธิบัตร_เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน_เมื่อแข่งทางตรงไม่ชนะ_ไทยจึงต้องหาพื้นที่ของตัวเอง

วิเคราะห์สมรภูมิสิทธิบัตร “เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน” เมื่อแข่งทางตรงไม่ชนะ ไทยจึงต้องหาพื้นที่ของตัวเอง?

clock6 วันที่แล้ว
ไทยจะหาไฟฟ้าจากไหน_เมื่อ_AI_EV_ดันความต้องการใช้ไฟพุ่ง_2_เท่า_ในอีก_25_ปี

ไทยจะหาไฟฟ้าจากไหน? เมื่อ AI-EV ดันความต้องการใช้ไฟพุ่ง 2 เท่า ในอีก 25 ปี

clock1 เดือนที่แล้ว