
ในยุคที่ AI กลายเป็นหมากตัวสำคัญ การแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนลุกลามกลายเป็นการแย่งชิงทรัพยากรที่สำคัญที่สุดอย่างบุคลากร ฮาร์ดแวร์ และข้อมูล กรณีที่สะท้อนว่าการที่ Meta ต้องยอมพับดีลเข้าซื้อ Manus สตาร์ทอัพ AI มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ตามคำสั่งที่เด็ดขาดและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากรัฐบาลปักกิ่ง
⚫️ ดีล 2 พันล้านถูก “สั่งให้ล้ม”
ล่าสุด Meta ได้เริ่มกระบวนการแยกส่วนการดำเนินงานจาก Manus อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีคำสั่งระงับไม่ให้พนักงานของตนใช้เครื่องมือของ Manus ในโปรเจกต์ภายในองค์กร พร้อมทั้งตัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบข้อมูลของบริษัทแม่ของ Facebook จากฝั่งพนักงาน Manus ที่ประจำอยู่ในสิงคโปร์
การรื้อถอนข้อตกลงนี้ เป็นผลมาจากคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งอาศัยกลไกการทบทวนความมั่นคงด้านการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อปกป้องเทคโนโลยีและบุคลากรเชิงกลยุทธ์ของชาติตนเอง
ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของเม็ดเงินมหาศาล แต่เป็นความกังวลด้านความมั่นคงและทรัพย์สินทางปัญญา ที่ผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ให้เห็นว่า เมื่อเทคโนโลยี AI ของจีนเข้าไปอยู่ในมือของบริษัทต่างชาติแล้ว ย่อมมีความเสี่ยงที่ไม่อาจแก้ไขได้ แม้จะมีการยกเลิกข้อตกลงในภายหลังหรือลบฐานข้อมูลทิ้งไป แต่ก็ไม่สามารถลบสิ่งที่วิศวกรของอีกฝ่ายได้เรียนรู้ไปแล้ว
⚫️ “Singapore Washing” ทางลัดที่ใช้ไม่ได้อีกต่อไป
กรณีของ Manus ยังตอกย้ำให้เห็นถึงกลยุทธ์ "Singapore washing" หรือการที่สตาร์ทอัพจีนย้ายสำนักงานใหญ่ไปตั้งในประเทศสิงคโปร์ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางธุรกิจในประเทศ ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า กลยุทธ์ดังกล่าวอาจไม่สามารถใช้เป็นเกราะกำบังจากการตรวจสอบของรัฐได้อีกต่อไป
เพื่อเป็นการอุดช่องโหว่ดังกล่าว รัฐบาลปักกิ่งได้เตรียมบังคับใช้กรอบกฎหมายใหม่ในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ โดยเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมข้อตกลงในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ข้อมูล และบุคลากรของจีน และยังมอบอำนาจให้รัฐสามารถควบคุมเงินทุนแบบมีผลย้อนหลังได้อีกด้วย นั่นหมายความว่า หากมีเม็ดเงินของจีนเข้าไปเกี่ยวข้อง รัฐบาลก็สามารถแทรกแซงและอ้างสิทธิ์เหนือข้อตกลงนั้นๆ ได้ แม้ว่าธุรกรรมจะเกิดขึ้นนอกแผ่นดินใหญ่ก็ตาม
ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ เองก็ได้ขยายการควบคุมการส่งออกชิป AI ไปยังบริษัทของจีนทั่วโลก ซึ่งทำให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีนหลายแห่งถูกสั่งให้ปฏิเสธการลงทุนจากสหรัฐฯ โดยเด็ดขาดหากไม่ได้รับอนุญาต
ท้ายที่สุดแล้ว มหากาพย์การล้มดีลระหว่าง Meta และ Manus ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความล้มเหลวทางธุรกิจระหว่างบริษัทสองแห่ง แต่เป็นเสมือนภาพสะท้อนของ "กติกาใหม่" ในโลกธุรกิจเทคโนโลยี ที่นวัตกรรมและเงินทุนไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างอิสระเสรีอีกต่อไป แต่ต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของการเมืองระหว่างประเทศ
เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในยุคสงครามเทคโนโลยีระดับโลก
โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ลงทุนในสินทรัพย์และเทคโนโลยีที่ผูกกับประเทศมหาอำนาจ
อาจมาพร้อมกับความเสี่ยงในการถูกแทรกแซงและเพิกถอนสัญญา แบบที่ไม่มีสัญญาณไหนที่สามารถรับประกันความเสี่ยงนี้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI ยิ่งเก่ง แฮกเกอร์ก็ยิ่งโจมตีได้เนียนขึ้น? สรุป 4 ภัยคุกคามจาก AI ที่ทุกองค์กรต้องระวัง
ถ้าพูดถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) หลายคนมักจะมองว่าเป็นเรื่องของการป้องกันไวรัส มัลแวร์ หรือการโจมตีเครือข่าย แต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค AI รูปแบบการโจมตีก็ย่อมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

AI ยิ่งเก่ง แฮกเกอร์ก็ยิ่งโจมตีได้เนียนขึ้น? สรุป 4 ภัยคุกคามจาก AI ที่ทุกองค์กรต้องระวัง

วิธีใช้ Microsoft Copilot ใน Teams | AI จดประชุมอัตโนมัติ สรุปครบแม้เข้าประชุมสาย!
