ถอดบทเรียนน้ำท่วม สู่ One Map น้ำ เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้า
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ถอดบทเรียนน้ำท่วม สู่ “One Map น้ำ” เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้า

Clock Icon

28 กันยายน 2569

จากมหาอุทกภัยปี 54 สู่คำถามสำคัญของการ “รับมือภัยพิบัติยุคข้อมูล”

ปี 54 ประเทศไทยเผชิญมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อชีวิตประชาชน เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นบทเรียนว่า การรับมือกับภัยพิบัติไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่การจัดการปริมาณน้ำ แต่ยังรวมถึงความสามารถในการ มองเห็นสถานการณ์ล่วงหน้า และสื่อสารข้อมูลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตัดสินใจได้ทันเวลา

ผ่านมาเกือบ 15 ปี ไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องมรสุม ส่งผลให้เกิดน้ำสะสมและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคกลาง

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงนำกลับมาสู่คำถามว่า จากบทเรียนที่ผ่านมาวันนี้ไทยมีระบบข้อมูลและเทคโนโลยีที่ช่วยให้เรารู้ความเสี่ยงได้เร็วขึ้น และเตรียมรับมือได้ดีขึ้นมากน้อยเพียงใด เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติ ทุกวินาทีจึงมีความหมาย ยิ่งเรารับรู้สถานการณ์เร็ว วิเคราะห์ความเสี่ยงได้ชัด และส่งข้อมูลให้ผู้ตัดสินใจได้ทันเวลา ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการลดความเสียหายที่เกิดขึ้น

จากข้อมูลหลายหน่วยงาน สู่ข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว?

แม้ปัจจุบันการติดตามสถานการณ์น้ำมีข้อมูลจากหลายส่วน ทั้งปริมาณฝน ระดับน้ำ การพยากรณ์อากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม ภูมิประเทศ และข้อมูลจากสถานีตรวจวัดต่างๆ แต่ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมาจากหลายหน่วยงาน ข้อมูลจึงไม่เชื่อมโยงกัน

ซึ่งเป็นหนึ่งในโจทย์ที่รัฐบาลติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่ผ่านมา โดยพบว่าข้อมูลและระบบแจ้งเตือนยังมีความซ้ำซ้อน กระจัดกระจาย และอาจไม่ตรงกันระหว่างหน่วยงาน ซึ่งส่งผลต่อความรวดเร็วในการตัดสินใจและการเตรียมตัวของประชาชน

“One Map น้ำ” รวมข้อมูลจากหลายหน่วยงาน จบในระบบเดียว

เมื่อข้อมูลแยกส่วนทำให้เกิดข้อจำกัด รัฐบาลจึงเปิดตัวระบบ “One Map น้ำ” เพื่อรวมข้อมูลน้ำและภัยพิบัติจากหลายหน่วยงานไว้ในระบบเดียว เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเป็นความร่วมมือจากกรมอุตุนิยมวิทยา, GISTDA, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ BDI

ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะนำข้อมูลที่ตัวเองรับผิดชอบเข้ามาบูณาการร่วมกัน เช่น ข้อมูลพยากรณ์อากาศและเรดาร์ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ ข้อมูลระดับและปริมาณน้ำจากสถานีตรวจวัด รวมถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูลและ Dashboard เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์จากข้อมูลชุดเดียวกันได้มากขึ้น

จากรับมือน้ำเมื่อมา สู่การเตรียมตัวก่อนน้ำถึง?

เทคโนโลยีนี้ทำให้เราสามารถคาดการเส้นทางของน้ำได้” และต่อยอดไปถึงการประเมินว่า พื้นที่ไหนมีความเสี่ยง น้ำอาจมาถึงเมื่อไหร่ และควรเตรียมมาตรการรับมืออย่างไร โดยระบบ One Map น้ำเองมีการใช้ข้อมูลเพื่อประเมินพื้นที่เฝ้าระวังล่วงหน้า 24–48 ชั่วโมง

การรับมืออุทกภัยจึงไม่ได้เริ่มต้นเมื่อน้ำเข้าพื้นที่แล้ว แต่ต้องเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ยังมีสัญญาณความเสี่ยง เพราะยิ่งรู้เร็วเท่าไร หน่วยงานและประชาชนก็ยิ่งมีเวลาสำหรับเตรียมรับมือมากขึ้น

นี่คือบทบาทสำคัญของ One Map น้ำ ที่ไม่ได้เพียงรวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานไว้ในระบบเดียว แต่ยังนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้วิเคราะห์และประเมินพื้นที่เฝ้าระวังล่วงหน้า เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนมีเวลาเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ได้มากขึ้น และช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

บทเรียนจากครั้งนี้จึงอาจไม่ได้อยู่ที่การรู้ว่าน้ำท่วมแล้วรุนแรงเพียงใด แต่อยู่ที่ว่าเราสามารถใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อมองเห็นความเสี่ยงได้เร็วแค่ไหน เพราะในสถานการณ์ภัยพิบัติ เวลาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย อาจเป็นเวลาสำคัญสำหรับการเตรียมตัวและลงมือรับมือก่อนที่น้ำจะมาถึง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนเพิ่มมาตรการคุมบุคลากร_AI_ล่าสุดขยายข้อจำกัดเดินทางไปถึงครอบครัว_หวั่นคนเก่งไหลออกนอกประเทศ
ต่างประเทศสังคม

จีนเพิ่มมาตรการคุมบุคลากร AI ล่าสุดขยายข้อจำกัดเดินทางไปถึงครอบครัว หวั่นคนเก่งไหลออกนอกประเทศ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าจีนขยายมาตรการควบคุมการเดินทางออกนอกประเทศของบุคลากรในอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์

clock4 ชั่วโมงที่แล้ว
รัสเซียถล่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยูเครน_ค่ายมือถือ_Data_Center_ตกเป็นเป้า
ต่างประเทศสังคม

รัสเซียถล่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยูเครน ค่ายมือถือ-Data Center ตกเป็นเป้า!

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว
ใช้_AI_ชุบชีวิตนักแสดงที่จากไปแล้วกลับมาเล่นหนัง_เป็นการล้ำเส้นจริยธรรมหรือไม่
ต่างประเทศสังคม

ใช้ AI ชุบชีวิตนักแสดงที่จากไปแล้วกลับมาเล่นหนัง เป็นการล้ำเส้นจริยธรรมหรือไม่?

clock1 วันที่แล้ว