
Meta ประกาศว่าจะเริ่มใช้การโต้ตอบผ่าน AI หรือ “AI chats” เพื่อปรับแต่งเนื้อหาและโฆษณาในแอปฯต่างๆ เช่น Facebook และ Instagram ให้ตรงกับผู้ใช้มากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.68 โดยจะเริ่มแจ้งผู้ใช้ตั้งแต่ 7 ต.ค.68 นี้
โดยข้อมูลที่ได้จากการสนทนากับ Meta AI ทั้งข้อความและเสียง จะถูกนำมาผสมกับข้อมูลการใช้งานเดิม เช่น การกดไลก์และการติดตาม เพื่อใช้ในการแนะนำฟีดและโฆษณา โดยผู้ใช้จะไม่สามารถเลือกปฏิเสธ (opt-out) ได้ ยกเว้นกรณีเนื้อหาที่มีความละเอียดอ่อนอย่างศาสนา การเมือง สุขภาพ เชื้อชาติ และรสนิยมทางเพศ
ซึ่ง Meta ยืนยันว่าจะไม่ถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดโฆษณา แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะยังไม่ครอบคลุมผู้ใช้ในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และเกาหลีใต้ โดยปัจจุบัน Meta AI มีผู้ใช้รวมกว่า 1 พันล้านคนต่อเดือน และ Mark Zuckerberg ย้ำว่าเป้าหมายคือการทำให้ Meta AI กลายเป็นผู้ช่วยส่วนบุคคลที่ช่วยปรับแต่งประสบการณ์ การใช้งานเสียง และความบันเทิง
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าการใช้การโต้ตอบ AI มาปรับแต่งโฆษณาในวงกว้างยังถือเป็นสิ่งใหม่เมื่อเทียบกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่นอย่าง Google หรือ Amazon ที่เพิ่งเริ่มสร้างรายได้จาก AI
ที่มา : Reuters
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระบบ D-Value เมื่อ “ข้อมูลที่ดิน” เข้าสู่ยุคดิจิทัล เปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้โปร่งใสมากขึ้น
การตรวจสอบราคาประเมินที่ดินในไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ หลังกรมธนารักษ์เปิดตัวระบบใหม่ชื่อ D-Value ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเช็กราคาประเมินที่ดิน ผ่านออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดาวน์โหลดเอกสารรับรองราคาประเมินในรูปแบบดิจิทัล เพื่อนำไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารของรัฐได้ทันที

ระบบ D-Value เมื่อ “ข้อมูลที่ดิน” เข้าสู่ยุคดิจิทัล เปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้โปร่งใสมากขึ้น

จีนเดิมพันครั้งใหญ่กับ “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” แต่เงินทุนอาจก่อให้เกิดฟองสบู่ครั้งใหม่?
