
ธุรกิจไอที
สงครามอิหร่านสะเทือนวงการเทคแค่ไหน? เมื่อแผงวงจรขาดแคลน ต้นทุนพุ่ง กระทบตั้งแต่สมาร์ตโฟนยัน AI
29 เมษายน 2569
หลายคนอาจมองว่าสงครามในตะวันออกกลางจะกระทบเพียงราคาน้ำมันหรือการขนส่งพลังงานเท่านั้น แต่ล่าสุดผลกระทบได้ลุกลามมาถึง
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกแล้ว
หลังความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านเริ่มส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังห่วงโซ่อุปทานของ “แผงวงจร” หรือ Printed Circuit Board (PCB) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิด
ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์สำหรับระบบ AI ล้วนต้องพึ่งพา PCB ในการเชื่อมต่อชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกัน
จุดเริ่มต้นของปัญหา?
โรงงานปิโตรเคมีในเมืองจูเบล ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้การผลิตวัตถุดิบสำคัญอย่าง PPE Resin หยุดชะงัก
สารชนิดนี้ถูกใช้ในการผลิตแผงวงจรคุณภาพสูง และมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างมาก โดยบริษัท SABIC ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ มีสัดส่วนการผลิตสูงถึงประมาณ 70% ของตลาดโลกเมื่อซัพพลายสะดุด ตลาดจึงเริ่มตึงตัวทันที
ราคาแผงวงจรพุ่ง ต้นทุนผู้ผลิตเพิ่ม
ผลกระทบที่เกิดขึ้นเริ่มเห็นชัดในเดือนเมษายน เมื่อราคา PCB ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 40% ขณะที่ราคาทองแดงฟอยล์ ซึ่งเป็นอีกวัตถุดิบหลักในการผลิต ก็เพิ่มขึ้นราว 30% ตั้งแต่ต้นปี
นั่นหมายความว่า ผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นพร้อมกันหลายด้าน
ตั้งแต่ผู้ผลิตสมาร์ตโฟน โน้ตบุ๊ก ไปจนถึงบริษัทคลาวด์และผู้พัฒนา AI ที่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก
ทำไม AI ถึงได้รับผลกระทบด้วย
ในช่วงที่ทั่วโลกเร่งแข่งขันด้าน AI ความต้องการเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ต้องใช้แผงวงจรจำนวนมาก และต้องเป็น PCB เกรดสูงที่รองรับการประมวลผลหนักได้ตลอด 24 ชั่วโมง
หากต้นทุน PCB ปรับสูงขึ้น ย่อมส่งผลโดยตรงต่อค่าก่อสร้างศูนย์ข้อมูล และต้นทุนการขยายระบบ AI ของบริษัทเทคทั่วโลก แม้สงครามจะเกิดขึ้นไกลตัว แต่ค่าใช้จ่ายในการพัฒนา AI อาจเพิ่มขึ้นจากผลกระทบนี้
ขณะเดียวกัน เมื่อผู้ผลิตต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ทางเลือกที่มักเกิดขึ้นมี 3 ทาง คือ ขึ้นราคาสินค้า ลดกำไรบริษัท หรือชะลอการผลิตและเปิดตัวสินค้าใหม่
อนาคตอาจเห็น “อุปกรณ์ไอทีแพง” ขึ้นอีก?
หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ผู้บริโภคอาจได้เห็นราคาสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
สะท้อนชัดว่า โลกเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับการเมืองระหว่างประเทศมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะสินค้าหนึ่งชิ้นต้องพึ่งทั้งวัตถุดิบ โรงงานผลิต และระบบขนส่งจากหลายประเทศ
เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งสะดุด ผลกระทบก็สามารถลามไปทั่วโลกได้ทันที แม้สงครามจะเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง แต่ผลกระทบอาจส่งต่อมาถึงราคามือถือเครื่องใหม่ หรือค่าบริการ AI ที่ผู้คนทั่วโลกอาจต้องจ่ายแพงขึ้นในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รีแบรนด์ครั้งใหญ่! ปิดตำนาน Freepik เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Magnific”
ล่าสุด Freepik ก็รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Magnific” สะท้อนทิศทางใหม่ของบริษัทที่กำลังลบภาพจำแพลตฟอร์มรวมคลังภาพหรือกราฟิกสำเร็จรูป เพื่ออัปเกรดเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างผลงานได้ครบวงจรกว่าเดิม

รีแบรนด์ครั้งใหญ่! ปิดตำนาน Freepik เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Magnific”

EU เปิดเกมคุม Big Tech รอบใหม่ จ่อขยายกฎสู่ Cloud และ AI สะเทือนยักษ์เทคทั่วโลก
