ทำไมเครื่อง X ray สนามบิน เห็นสิ่งของ แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นสารเสพติด
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ทำไมเครื่อง X-ray สนามบิน "เห็นสิ่งของ" แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นสารเสพติด?

Clock Icon

30 มิถุนายน 2569

ช่วงนี้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการลักลอบนำสารเสพติดผ่านการตรวจสัมภาระที่สนามบิน ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) ที่ใช้ตรวจกระเป๋าก่อนขึ้นเครื่องทำงานอย่างไร และเหตุใดจึงไม่สามารถตรวจพบสิ่งของบางประเภทได้

คำตอบคือ เครื่อง X-ray ที่ใช้ในสนามบินทั่วโลกถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการตรวจหาวัตถุที่อาจเป็นภัยต่อความปลอดภัยของการบินเป็นหลัก เช่น อาวุธหรือวัตถุระเบิด ตามมาตรฐานสากลด้านการรักษาความปลอดภัยการบิน ไม่ใช่เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อระบุชนิดสารเสพติดโดยเฉพาะ

⚫️ เครื่อง X-ray ตรวจจับอะไร?

เครื่อง X-ray ใช้รังสีเอกซ์สร้างภาพภายในกระเป๋า เพื่อวิเคราะห์รูปร่าง ขนาด และความหนาแน่นของวัตถุ (bulk detection) โดยช่วยให้เจ้าหน้าที่สังเกตสิ่งผิดปกติที่อาจเป็นอาวุธหรือวัตถุระเบิด

แต่ระบบนี้ไม่ได้วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารโดยตรง วัสดุบางชนิดที่มีลักษณะหรือความหนาแน่นใกล้เคียงกับสิ่งของทั่วไป จึงอาจไม่สามารถแยกแยะได้จากภาพ X-ray เพียงอย่างเดียว

มาตรฐานของระบบตรวจสัมภาระที่กำหนดโดย ICAO (International Civil Aviation Organization) มุ่งเน้นการป้องกันภัยคุกคามต่อการบินเป็นหลัก โดยเฉพาะวัตถุระเบิดและอาวุธ ไม่ได้กำหนดให้เครื่อง X-ray ต้องสามารถตรวจจับยาเสพติดได้โดยตรง

⚫️ เทคโนโลยีที่ใช้ตรวจหาสารเคมี

การตรวจหาสารเสพติดหรือวัตถุระเบิดในเชิงเคมี มักใช้เทคโนโลยีอีกประเภทหนึ่ง คือ Trace Detection ซึ่งทำงานต่างจาก X-ray โดยตรวจหาร่องรอยของโมเลกุลสารเคมีที่ติดอยู่บนพื้นผิวของสิ่งของ

เทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Ion Mobility Spectrometry (IMS) ซึ่งเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวแล้ววิเคราะห์ชนิดของสารจากการเคลื่อนที่ของไอออนภายในสนามไฟฟ้า อีกเทคนิคหนึ่งคือ Mass Spectrometry ซึ่งให้ความละเอียดในการจำแนกสารเคมีสูงกว่า

ขณะที่ระบบ X-ray รุ่นใหม่ เช่น Computed Tomography (CT) สามารถสร้างภาพสามมิติ และมีระบบ AI ช่วยวิเคราะห์วัตถุต้องสงสัยได้ดีขึ้น แต่หลักการยังคงอาศัยการวิเคราะห์รูปร่างและความหนาแน่น ไม่ใช่การตรวจองค์ประกอบทางเคมี

⚫️ แนวทางที่ใช้ในหลายประเทศ

แนวทางดังกล่าวเป็นมาตรฐานที่ใช้ในหลายประเทศ หน่วยงานด้านความปลอดภัยการบิน เช่น TSA ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า เครื่อง X-ray และ CT มีหน้าที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่มองเห็นสิ่งผิดปกติในสัมภาระ แต่การยืนยันชนิดของสารต้องใช้เครื่องมือตรวจสารเคมี เช่น Trace Detection หรือวิธีการอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมักดำเนินการโดยหน่วยงานด้านศุลกากรหรือปราบปรามยาเสพติด

⚫️ เหตุใดจึงไม่ใช้ “Trace Detection” กับทุกกระเป๋า

แม้เทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถตรวจหาสารเคมีได้ แต่โดยทั่วไปมักใช้เป็นการตรวจเพิ่มเติมหรือการสุ่มตรวจ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเวลา ต้นทุน และการปฏิบัติงาน

การตรวจแบบ IMS ต้องเก็บตัวอย่างจากกระเป๋าแต่ละใบ จึงไม่สามารถตรวจผู้โดยสารจำนวนมากผ่านสายพานได้รวดเร็วเหมือนระบบ X-ray อีกทั้งยังต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ วัสดุสิ้นเปลือง และบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม

ระบบรักษาความปลอดภัยของสนามบินอาศัยเทคโนโลยีหลายประเภทที่ทำงานร่วมกัน โดยแต่ละระบบมีหน้าที่แตกต่างกัน

เครื่อง X-ray ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการตรวจหาวัตถุที่เป็นภัยต่อความปลอดภัยของการบินเป็นหลัก ไม่ใช่การตรวจหายาเสพติดโดยตรง

ดังนั้น การตรวจจับสารเสพติดจึงมักต้องอาศัยเครื่องมือตรวจสารเคมี วิธีการตรวจเพิ่มเติม และการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม_ไฟเขียว_ปรับโครงสร้าง_DGA_ขึ้นตรง_กระทรวงดีอี_ดันรัฐบาลดิจิทัลเดินหน้าแบบเอกภาพ

ครม. ไฟเขียว! ปรับโครงสร้าง DGA ขึ้นตรง "กระทรวงดีอี" ดันรัฐบาลดิจิทัลเดินหน้าแบบเอกภาพ

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาปรับโครงสร้าง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) โดยเปลี่ยนผู้กำกับดูแลจาก “นายกรัฐมนตรี” มาเป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” (DE)

clock9 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐบาลเริ่มใช้กฎหมายเชื่อมข้อมูลรัฐ_ยกระดับบริการ_คุมเข้มข้อมูลส่วนบุคคล

รัฐบาลเริ่มใช้กฎหมายเชื่อมข้อมูลรัฐ ยกระดับบริการ-คุมเข้มข้อมูลส่วนบุคคล

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐบาลต่ออายุมาตรการช่วยสายการบิน_ลดค่าบริการเดินอากาศ_30_อีก_2_เดือน

รัฐบาลต่ออายุมาตรการช่วยสายการบิน ลดค่าบริการเดินอากาศ 30% อีก 2 เดือน

clock15 ชั่วโมงที่แล้ว