
ช่วงนี้คนขับหลายคนคงได้ยินข่าวว่าแอปฯ เรียกรถต้องทำ “ป้ายเหลือง” เลยกังวลว่าจะถูกห้ามวิ่งหรืออาชีพนี้จะหายไป แต่ความจริงแล้ว รัฐกำลังปรับให้การรับผู้โดยสารผ่านแอปฯ กลายเป็น “ขนส่งสาธารณะอย่างถูกกฎหมาย” เพื่อให้ทั้งคนขับและผู้โดยสารอยู่ในระบบเดียวกัน
ต้องจด รย.17/18 ให้เรียบร้อย ภายใน 28 กุมภาพันธ์ 69
ที่ผ่านมา คนขับจำนวนมากใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสารผ่านแอปฯ แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนสถานะเป็นรถสาธารณะ ทำให้เกิด “ช่องโหว่ทางกฎหมาย” สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) จึงเดินหน้าจัดระบบผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ โดยเปิดระบบ Driver Verify เพื่อให้คนขับลงทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ต้องเปลี่ยนเป็นรถสาธารณะให้เสร็จ ภายใน 30 มีนาคม 2569 ไม่งั้น “เสี่ยงถูกระงับ”
ขณะนี้ใบรับรองที่ออกให้กำลังจะหมดอายุ และระบบ Driver Verify ก็จะยุติการให้บริการแล้ว ทาง ETDA จึงแจ้งให้ผู้ที่ได้รับใบรับรองรีบดำเนินการจดทะเบียน รย.17/18 กับกรมการขนส่งทางบกให้เสร็จก่อนวันที่ 28 ก.พ. 69 และต้องนำรถไปจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะให้ครบ ภายในวันที่ 1-30 มี.ค. 69 ก่อนที่ “ประกาศ Ride Sharing Platform” และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มี.ค. 2569
หากหลังจาก 31 มี.ค. ยังมีผู้ใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสารจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนการขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบขับขี่สาธารณะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และหากแพลตฟอร์มฝ่าฝืนอาจถูกสั่งห้ามดำเนินธุรกิจได้
ในมุมของคนขับ แม้จะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้น แต่เมื่อทำเอกสารครบและจดทะเบียนเรียบร้อย ก็สามารถทำงานได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกฎหมายอีกต่อไป
ฝั่งผู้โดยสารก็เชื่อมั่นและกล้าที่จะใช้บริการมากขึ้น เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูลคนขับและรถได้ มี GPS ติดตามเส้นทาง และมีช่องทางร้องเรียนชัดเจน
สรุปแล้ว นี่คือการจัดระเบียบเพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ Ride Sharing ในไทย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการ ทำให้ทั้งคนขับและผู้โดยสารได้ประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลาก่อน Easy E-Receipt คลังเล็งโมเดลใหม่ ดันลดหย่อนภาษีเฉพาะสินค้า Made in Thailand
หลังมาตรการลดหย่อนภาษีอย่างช้อปดีมีคืน หรือ Easy E-Receipt ส่อแววว่าจะไม่ได้ไปต่อ เพราะรัฐบาลมองว่ามาตรการเหล่านี้กระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมได้ไม่คุ้มกับรายได้ภาษีที่รัฐต้องเสียไป


