
เศรษฐกิจ - การลงทุน
บีโอไอเร่งเครื่องยกระดับเศรษฐกิจไทย เพิ่มขีดความสามารถพัฒนาทักษะแรงงาน
19 มิถุนายน 2569
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศอีกต่อไป หากแต่ต้องอาศัยการยกระดับศักยภาพภายในประเทศ ทั้งในมิติของผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และทรัพยากรมนุษย์อย่างเป็นระบบ ภายใต้บริบทการแข่งขันระดับโลกที่เข้มข้นขึ้น มาตรการส่งเสริมของภาครัฐจึงมีบทบาทสำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ล่าสุดคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการอนุมัติงบประมาณจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ วงเงินสนับสนุนรวม 2,500 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการพัฒนาองค์กรธุรกิจและการยกระดับทักษะแรงงาน รวมทั้งหมด 48 โครงการ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
⚫️ การเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ยุคเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสีเขียว
ในส่วนของการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 1,033 ล้านบาท เพื่อผลักดันโครงการ Business Transformation จำนวน 17 โครงการ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตร อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และการป้องกันประเทศ
หัวใจสำคัญของการสนับสนุนอยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการยกระดับประสิทธิภาพ เช่น การพัฒนาโรงงานสู่ Smart Factory การใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่าน AI และ Data Analytics ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและของเสียในกระบวนการผลิต
ขณะเดียวกัน ยังมีการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น บรรจุภัณฑ์ชีวภาพและอุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงการปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางกติกาการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น
⚫️ การพัฒนาทักษะแรงงาน กลไกสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่
อีกหนึ่งแกนสำคัญไม่แพ้กันคือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ผ่านมาตรการ Skill Bridge ซึ่งได้รับงบประมาณ 1,465 ล้านบาท ครอบคลุม 31 โครงการ โดยมุ่งพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมเป้าหมายรวมกว่า 66,000 คน
หลักสูตรฝึกอบรมถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น AI, Cloud และ Cybersecurity ไปจนถึงสาขาเฉพาะทางอย่างยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ เกษตรแม่นยำ เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์สมัยใหม่
⚫️ การต่อยอดนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจฐานเทคโนโลยี
นอกจากการยกระดับธุรกิจและแรงงานแล้ว ยังมีการสนับสนุนสตาร์ทอัพด้าน Deep Tech ที่นำงานวิจัยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการพัฒนา “คาร์บอนควอนตัมดอท” (Carbon Quantum Dots: CQDs) ซึ่งเป็นวัสดุนาโนขั้นสูงที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้กับวัสดุต่าง ๆ
ความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่การใช้วัสดุเหลือทิ้งจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมมาเป็นวัตถุดิบ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า แต่ยังสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
⚫️ ความท้าทายเชิงโครงสร้างกับผลลัพธ์ที่ต้องจับตา
แม้มาตรการดังกล่าวจะสะท้อนทิศทางในการยกระดับเศรษฐกิจไทย แต่ยังมีความท้าทายหลายประการในการนำไปปฏิบัติจริง
ความครอบคลุมของการเข้าถึงทรัพยากร: ธุรกิจ SMEs ซึ่งเป็นรากฐานส่วนใหญ่ของประเทศ
จะมีศักยภาพและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนและเทคโนโลยีเหล่านี้เทียบเท่ากับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่
ที่มีความพร้อมมากกว่าหรือไม่ หากการกระจายเม็ดเงินกระจุกตัวอยู่เพียงแค่บางกลุ่ม ก็อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น
ความสอดคล้องกับตลาดแรงงานเชิงลึก: แม้จะมีการพัฒนาทักษะแรงงานจำนวนมาก แต่ถ้าหลักสูตรเหล่านั้นไม่ได้เสริมทักษะที่ตรงตามความต้องการของตลาดงานอย่างแท้จริง รวมถึงการสร้างแรงจูงใจและโครงสร้างค่าตอบแทนที่เหมาะสม ก็อาจทำให้การลงทุนด้านการฝึกอบรมไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
ความยั่งยืนของระบบนิเวศนวัตกรรม: การผลักดันงานวิจัยเชิงลึกสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ต้องอาศัยระบบนิเวศที่เกื้อหนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านกฎระเบียบที่ยืดหยุ่น การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการหาตลาดรองรับ
การอนุมัติงบประมาณเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของการปรับทิศทางเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายจะไม่ได้วัดจากจำนวนโครงการหรือเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของการดำเนินงาน” และ “ความสามารถในการสร้างผลลัพธ์เชิงโครงสร้าง” เพื่อให้สามารถยกระดับขีดความสามารถของประเทศได้อย่างแท้จริงในระยะยาว
ที่มา : ROYAL THAI GOVERNMENT


