ศาลเท็กซัสชี้ TikTok ทำผู้ใช้เข้าใจผิด ฟีเจอร์ Restricted Mode ไม่ปกป้องเด็กตามที่โฆษณา
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ศาลเท็กซัสชี้ TikTok ทำผู้ใช้เข้าใจผิด ฟีเจอร์ “Restricted Mode” ไม่ปกป้องเด็กตามที่โฆษณา

Clock Icon

12 กันยายน 2569

ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของเด็กบนโลกออนไลน์กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังผู้พิพากษาในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีคำตัดสินว่า TikTok ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐ จากการสื่อสารที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบกรองเนื้อหาสำหรับผู้เยาว์ และฟีเจอร์ Restricted Mode ที่บริษัทระบุว่าสามารถป้องกันเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้

คำตัดสินนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่สะท้อนแรงกดดันต่อแพลตฟอร์มดิจิทัล ในการรับผิดชอบต่อการคุ้มครองผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

⚫️ ศาลพบ TikTok จัดการเนื้อหาไม่ตรงกับที่แจ้งผู้ใช้

TikTok ถูกรัฐเท็กซัสยื่นฟ้อง โดยกล่าวหาว่าบริษัททำการตลาดว่าแพลตฟอร์มมีความปลอดภัยสำหรับเด็ก และจะลบเนื้อหาที่ละเมิด Community Guidelines

อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่า ภายในบริษัทมีการจัดประเภทเนื้อหาบางส่วนเป็น “Hard to Find” (ค้นหาได้ยาก) แทนที่จะเป็น “Do Not Allow” (ไม่อนุญาต) ส่งผลให้เนื้อหาบางประเภทไม่ได้ถูกลบออกจากระบบ แม้ผู้ใช้จะเข้าใจว่าจะถูกกำจัดตามนโยบายของแพลตฟอร์ม

ผู้พิพากษาเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด และเข้าข่ายละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐเท็กซัส

⚫️ Restricted Mode ถูกตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพ

อีกประเด็นสำคัญคือฟีเจอร์ Restricted Mode ซึ่ง TikTok โฆษณาว่าเป็นเครื่องมือช่วยกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้เยาว์

ศาลระบุว่า รัฐเท็กซัสมีหลักฐานเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่า ฟีเจอร์ดังกล่าว ไม่สามารถป้องกันเนื้อหาบางประเภทได้ตามที่บริษัทกล่าวอ้าง ทำให้เด็กและเยาวชนยังมีโอกาสเข้าถึงเนื้อหาที่ควรถูกกรองออก

คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงประเด็นการกลั่นกรองคอนเทนต์ แต่ยังครอบคลุมถึงความโปร่งใสในการสื่อสารคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์กับผู้ใช้งานด้วย

⚫️ คดีเดินหน้าสู่การพิจารณาบทลงโทษ

หลังคำตัดสินล่าสุด สำนักงานอัยการสูงสุดรัฐเท็กซัสเปิดเผยว่า คดีจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ เพื่อกำหนด บทลงโทษและมาตรการเยียวยา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นในเดือนหน้า

ที่ผ่านมา TikTok และบริษัทโซเชียลมีเดียรายใหญ่อื่น ๆ ต่างเผชิญคดีที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อเด็กและสุขภาพจิตของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าประเด็น Child Online Safety กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของการกำกับดูแลเทคโนโลยีทั่วโลก

ซึ่งนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อมาตรฐานความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพราะนอกจากจะเป็นการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบกรองเนื้อหา แต่ยังชี้ให้เห็นว่า การสื่อสารคุณสมบัติด้านความปลอดภัยต้องตรงกับการใช้งานจริง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้งานทุกช่วงวัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิจัย_Anthropic_ระบุ_AI_มีโอกาสมากกว่า_10_ที่จะ_ทำลายมนุษยชาติ

นักวิจัย Anthropic ระบุ AI มีโอกาสมากกว่า 10% ที่จะ “ทำลายมนุษยชาติ”

ในยุคที่ AI เติบโตอย่างรวดเร็วจนสร้างความกังวลต่อประเด็นของความปลอดภัย โดยล่าสุด Anthropic หนึ่งในบริษัท AI ชั้นนำของโลก ต้องเผชิญกับคำเตือนจากภายในองค์กรเอง หลังนักวิจัยระดับสูงออกมายอมรับว่า AI มีโอกาสมากกว่า 10% ที่จะนำไปสู่หายนะระดับมนุษยชาติภายใน 10 ปีข้างหน้า

clock2 วันที่แล้ว
ออสเตรเลียคุมเข้ม_Big_Tech_ดันกฎหมาย_My_Feed_My_Way_ให้ผู้ใช้ปิดฟีดอัลกอริทึมได้เอง
ต่างประเทศสังคม

ออสเตรเลียคุมเข้ม Big Tech ดันกฎหมาย “My Feed, My Way” ให้ผู้ใช้ปิดฟีดอัลกอริทึมได้เอง

clock2 วันที่แล้ว
สทนช_จับมือกรมอุตุฯ_พัฒนาระบบเรดาร์ฝน_เตือนฝนหนัก_น้ำท่วมล่วงหน้า_3_ชั่วโมง

สทนช.จับมือกรมอุตุฯ พัฒนาระบบเรดาร์ฝน เตือนฝนหนัก-น้ำท่วมล่วงหน้า 3 ชั่วโมง

clock3 วันที่แล้ว