
การแพทย์
NIA จับมือมหิดล - รพ. พระราม 9 เปิด "SPEAR H Accelerator" หนุนผลิตเฮลธ์เทคสตาร์ตอัปไทย
6 มีนาคม 2569
ตลาดเฮลธ์เทคทั่วโลกกำลังโตแบบก้าวกระโดด จากสังคมสูงวัย โรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ และพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ต้องการบริการสุขภาพที่ สะดวก เร็ว และเฉพาะบุคคล ส่งผลให้มูลค่าตลาดดิจิทัลเฮลธ์เพิ่มจาก 312.9 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2024 เป็น 387.8 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2025 และมีแนวโน้มโตขึ้นกว่า 2.19 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 22-25% ต่อปี
การเติบโตนี้ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีมาแรง แต่สะท้อนการ “ปรับโครงสร้าง” ของระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจโลก หลายประเทศจึงเร่งสร้างระบบนิเวศเฮลธ์เทค ทั้ง Regulatory Sandbox, กองทุนเฉพาะทาง และการเชื่อมตลาดกับโรงพยาบาล-เอกชน เพื่อดันนวัตกรรมจากห้องวิจัยสู่การใช้งานจริง ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการรักษา เพิ่มการเข้าถึง ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาว

โดย “เอ็นไอเอ” (NIA) มองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดนี้ จึงร่วมกับสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ม.มหิดล (INT) และ รพ.พระราม 9 เปิดโครงการ “SPEAR H Accelerator” เพื่อเร่งสร้างสตาร์ตอัปและนวัตกรรมเฮลธ์เทคที่พร้อมใช้งานจริงส่งตลาดการแพทย์แบบครบวงจร ถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างสำคัญของเฮลธ์เทคไทย โดยเฉพาะด้านการทดสอบทางคลินิก มาตรฐานกำกับดูแล และการเข้าถึงเงินทุน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เงินสูงและพัฒนานาน
ตั้งแต่การพัฒนาโมเดลธุรกิจ การเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ ไปจนถึงทดสอบในโรงพยาบาลจริงผ่าน Regulatory Sandbox เชื่อมเครือข่ายตลาด พันธมิตร และนักลงทุน พร้อมสนับสนุนทุนสูงสุด รายละ 5 ล้านบาท เพื่อลดเวลาเข้าสู่ตลาด และผลักดันไทยสู่การเป็น Health Tech Innovation Hub ของภูมิภาค
ด้านมหิดลชี้ว่าโครงการ SPEAR H: Health Tech Acceleration นวัตกรรมการแพทย์ต้องพัฒนาแบบ “ร่วมมือหลายฝ่าย” ทั้งมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ภาครัฐ เอกชน และนักลงทุน จึงออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มที่บ่มเพาะ และเร่งสปีดสตาร์ตอัปอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่พัฒนาเทคโนโลยี วางโมเดลธุรกิจ ที่ปรึกษาเชิงลึก ไปจนถึงการเชื่อมพันธมิตร

ส่วน โรงพยาบาลพระราม 9 ระบุเกณฑ์พิจารณานวัตกรรมหลัก 3 ด้านคือ Patient Experience, Clinical Outcome, Operational Efficiency พร้อมย้ำความสำคัญของผลลัพธ์ทางคลินิก ความเข้าใจเส้นทางผู้ป่วย และมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูล เพื่อให้เฮลธ์เทคไทย “ใช้ได้จริง” และเกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างยั่งยืน
ทั้งหมดนี้ คือการยกระดับประเทศไทยให้ก้าวเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ” ของภูมิภาค ที่ไม่ใช่แค่สร้างเทคโนโลยีใหม่ แต่ทำให้สตาร์ตอัป HealthTech ไทยเติบโตได้จริง เข้าถึงแหล่งทุน และได้พื้นที่ทดสอบทางการแพทย์ เพื่อต่อยอดสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่จะสร้างภาพลักษณ์ไทยด้าน Deep Tech & HealthTech ให้ชัดขึ้น จนกลายเป็นแรงดึงดูดนักลงทุนและพันธมิตรระดับนานาชาติในระยะยาว
คุณสมบัติผู้สมัคร
● เป็นสตาร์ตอัปที่จดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว
● มีผลิตภัณฑ์หรือบริการพร้อมขาย (Ready-to-Market)
● หากมีรายได้ หรือมียอดขายแล้ว (จะพิจารณาเป็นพิเศษ)
สิ่งที่จะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ
● Intensive Acceleration Program พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ
● Mentoring จากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี การเงิน
● ทุน Market Testing Fund 20,000 บาท พร้อมเชื่อมต่อตลอด แหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ
● ทดสอบกับตลาดจริงในสถานพยาบาล ในเครือของ ม.มหิดล และ โรงพยาบาลพระราม 9
● Fast Track โอกาสรับทุนสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท จาก NIA
ระยะเวลาโครงการ
● เปิดรับสมัครวันนี้ - 8 มี.ค. 69 โดยสมัครได้ที่ : https://forms.gle/FEqxWUT19qGWQoPW6 หรือตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมโครงการที่ : https://int.mahidol.ac.th/
● มี.ค. - ก.ค. 69 Workshop Training / Intensive Acceleration Program / Mentoring Sessions
● ส.ค. 69 กิจกรรม Demo Day & Networking Session
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้เชี่ยวชาญเตือน หลัง ChatGPT Health ไม่แนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินกว่า 52% ของเคสฉุกเฉินจริง
งานวิจัยในวารสาร Nature Medicine พบว่า แม้แพทย์จะยืนยันว่าเป็น เหตุฉุกเฉินจริง แต่ ChatGPT Health ไม่แนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินถึง 52% ของเคสฉุกเฉินจริง?

ผู้เชี่ยวชาญเตือน หลัง ChatGPT Health ไม่แนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินกว่า 52% ของเคสฉุกเฉินจริง

ม.เกษตร x V Precision Clinic เปิดหลักสูตรอัปสกิลองค์ความรู้สุขภาพเชิงลึก ดันไทยเป็นผู้นำ Longevity แห่งเอเชีย
