
เศรษฐกิจ - การลงทุน
5 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจะไปทางไหน? เปิดแผนธนาคารโลกดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง
21 กันยายน 2569
เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน การค้าและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ และความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ
ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนว่า ในระยะต่อไปไทยจำเป็นต้องมองมากกว่าการทำให้ GDP เติบโตขึ้น เพราะการเติบโตในระยะยาวต้องมาจากธุรกิจที่มีศักยภาพมากขึ้น การสร้างงานที่มีคุณภาพ และการเพิ่มโอกาสให้คนไทยมีรายได้สูงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยไปสู่ประเทศรายได้สูง
ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ล่าสุดธนาคารโลก (World Bank) ได้อนุมัติกรอบความร่วมมือฉบับใหม่กับไทย ครอบคลุมระยะ 5 ปี ในช่วงปีงบประมาณ 2570–2575 ซึ่งเป็นการสานต่อความร่วมมือกับไทยที่มีมายาวนานกว่า 75 ปี
โดยแผนนี้จะเป็นกรอบการทำงานของไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า ที่เน้นช่วยให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้มากขึ้น สร้างงาน และมีรายได้เหมาะสม พร้อมทำให้เศรษฐกิจไทยรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ดีขึ้น
เจาะ 4 แรงขับเคลื่อนใหม่ ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยใน 5 ปีข้างหน้า
หนึ่งในแนวทางสำคัญของยุทธศาสตร์ใหม่นี้คือการผลักดัน 4 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย คือ
การผลิตและโรงงานยุคใหม่ : นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน : เน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูงและสร้างมูลค่าเพิ่ม มากกว่าการเน้นจำนวนคน
ธุรกิจดิจิทัล : พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ไทยเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจโลกได้มากขึ้น
การเกษตรยุคใหม่ : ใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลผลิต รับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
นอกจากนี้ ภาคการผลิตก็เป็นอีกส่วนสำคัญ เพราะไทยมีฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่แล้ว แต่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากการมาของ EV พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีสีเขียว ธนาคารโลกจึงมองว่าไทยควรต่อยอดฐานการผลิตที่มีอยู่ ไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ
ขณะเดียวกัน การขยายตัวของภาคธุรกิจเองก็ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ ธนาคารโลกจึงให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำ การคมนาคม และพลังงาน รวมถึงการเตรียมรับมือกับน้ำท่วม ภัยแล้ง และความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาเมืองรองและพื้นที่เศรษฐกิจในภูมิภาค เพื่อกระจายการลงทุนและโอกาสทางเศรษฐกิจออกจากเมืองหลักมากขึ้น
ส่วนภาคเอกชน แผนนี้จะใช้หน่วยงานอย่าง IFC และ MIGA ซึ่งอยู่ในกลุ่มธนาคารโลก เข้ามาช่วยดึงการลงทุนและสนับสนุนให้ธุรกิจไทยขยายตัวมากขึ้น ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการสร้างงาน ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจ และช่วยให้ไทยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ได้มากขึ้น
ซึ่งหากถามว่าอีก 5 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจะเป็นยังไง สิ่งที่เห็นจากแผนของธนาคารโลกคือ ไทยต้องเร่งสร้างการเติบโตจากธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ธุรกิจเดิมปรับตัวได้ ส่งเสริมให้แรงงานมีทักษะที่ตรงกับงานในอนาคต
สร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุนที่กำลังเข้ามา ซึ่งหากทำได้ การเติบโตของเศรษฐกิจก็มีโอกาสกระจายไปถึงภาคธุรกิจและคนทำงานมากขึ้น และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยับไปสู่ประเทศรายได้สูงในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ShuCan ลงทุน 4,435 ล้านบาท ตั้งฐานผลิต PCBA ดันระยองสู่ซัพพลายเชน Data Center และ AI
การลงทุนจากผู้ผลิตเทคโนโลยีต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้กับบริษัท ชูแคน (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่ม ShuCan Technology จากประเทศจีน ด้วยมูลค่ากว่า 4,435 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งฐานการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ประกอบ (PCBA) ในจังหวัดระยอง

