
เมื่อเกิดอาการผิดปกติกับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาการป่วยที่ไม่คุ้นเคย หรือความกังวลเรื่องสุขภาพของคนในครอบครัว หลายคนอาจเลือกปรึกษา AI ก่อนที่จะปรึกษาแพทย์
ผลสำรวจล่าสุดจากองค์กรด้านนโยบายสุขภาพ KFF ระบุว่า 1 ใน 3 ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน เคยปรึกษาเรื่องสุขภาพกับ AI มาแล้ว โดย ChatGPT เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็นสัดส่วนผู้ใช้ถึง 44% ของผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ขณะที่ OpenAI เปิดเผยว่ามีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 300 ล้านคนสอบถามเรื่องสุขภาพเป็นประจำทุกสัปดาห์
ที่จริงไม่ใช่แค่ OpenAI เจ้าเดียวที่ให้ความสำคัญกับตลาดนี้ ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Anthropic หรือ Microsoft ก็ต่างพัฒนาฟีเจอร์ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อเวชระเบียนและข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ เพื่อให้ได้คำแนะนำสุขภาพที่แม่นยำมากขึ้น
⚫️ ทำไมการเชื่อมข้อมูลถึงทำให้คำตอบแม่นยำขึ้น
เหตุผลง่ายๆ คือ AI ที่มีข้อมูลประวัติสุขภาพของผู้ใช้ประกอบการวิเคราะห์ ย่อมให้คำตอบที่แม่นยำและตรงประเด็นกว่า AI ที่ไม่มีข้อมูลใดๆ เลย
Dr. Bob Wachter หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก และผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในวงการแพทย์ ได้ตัดสินใจอัปโหลดข้อมูลสุขภาพส่วนตัวให้ ChatGPT Health
เขาให้ความเห็นว่า คำถามลักษณะ "เป็นโรคข้ออักเสบ ควรได้รับการรักษาอย่างไร" หรือ "อาการปวดหัวรูปแบบใหม่นี้บ่งชี้ถึงอะไร" จะได้รับคำตอบที่มีคุณภาพมากขึ้น หาก AI สามารถเข้าถึงประวัติสุขภาพของผู้ใช้ประกอบการวิเคราะห์
เพราะหากไม่มีฐานข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์ได้อย่างเพียงพออาจทำให้ AI เกิดอาการ "หลอน" (Hallucinate) และให้ข้อมูลที่ผิดพลาดได้
แล้ว…ความเสี่ยงล่ะ? ซึ่งก็มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ที่บริษัทเทคโนโลยีต่างให้คำชี้แจงด้านความปลอดภัยไว้หลายประการ เช่น
บทสนทนาถูกเข้ารหัสตลอดเวลา
ไม่นำข้อมูลไปเทรน AI หรือใช้ยิงโฆษณา
ยกเลิกการเชื่อมต่อข้อมูลได้ทุกเมื่อ
ทำการลบข้อมูลออกจากระบบภายใน 30 วัน หลังยกเลิกการเชื่อมต่อ
แม้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่ง แต่ Wachter เองก็ยอมรับว่า ความเสี่ยงไม่ได้เท่ากับศูนย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้แต่ละคนต้องประเมินด้วยตนเองว่าควรที่จะอัปโหลดข้อมูลให้กับ AI หรือไม่
⚫️ กรณีศึกษาจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2026 บริษัทยา Amgen ตรวจพบการโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้ข้อมูลของบริษัทและข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยถูกขโมยออกไป โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นผ่านระบบคลาวด์ที่บริหารจัดการโดยผู้ให้บริการภายนอก (third-party cloud provider)
แม้ Amgen จะยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตยา ห่วงโซ่อุปทาน หรือระบบการเงินของบริษัท แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เพื่อประเมินความเสียหายทั้งหมด รวมถึงข้อมูลด้านการวิจัยและพัฒนาที่อาจถูกเข้าถึงจากการโจมตีในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของ Health Data Ecosystem ในปัจจุบัน แม้บริษัทต้นทางจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีเพียงใด แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกก็ยังคงมีอยู่เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ควรคำนึงถึงเช่นเดียวกันเมื่อเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพเข้ากับแพลตฟอร์ม AI
ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกแชร์ข้อมูลสุขภาพกับแพลตฟอร์มใด ผู้ใช้งานควรพิจารณาและตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจตามมาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โลกออนไลน์พรากความสุขของเราไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อความเครียดเปลี่ยนเป็นการเสพติดดิจิทัล?
านวิจัยจากวารสารวิชาการ PLOS One ได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ชาวเยอรมันจำนวน 900 คน และพบว่าคนที่มีพฤติกรรมแบบ "Problematic Internet Use” หรือ พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตที่มากเกินไปจนควบคุมไม่ได้ มักมีระดับความเครียดสูงกว่าคนทั่วไป มีอารมณ์แปรปรวนง่ายกว่า และมักส่งผลกระทบเชิงลบต่อชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นงาน การเรียน หรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว

โลกออนไลน์พรากความสุขของเราไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อความเครียดเปลี่ยนเป็นการเสพติดดิจิทัล?

