
สังคม
กรมชลฯ จับมือญี่ปุ่น ใช้เทคโนโลยีคุมน้ำในนาผ่านมือถือ แก้ปัญหาน้ำไม่พอ-ไม่ทั่วถึง
5 สิงหาคม 2569
ปัจจุบัน ปัญหาน้ำในภาคเกษตรไทยมีความซับซ้อนมากขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งการจัดสรรน้ำด้วยวิธีเดิมที่ต้องอาศัยคนเปิด-ปิดประตูน้ำ อาจทำให้การส่งน้ำไม่ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ และเกิดปัญหาน้ำมากเกินไปหรือไม่เพียงพอได้
กรมชลประทาน จึงได้ร่วมมือกับสถาบันการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศญี่ปุ่น (JIID) นำเทคโนโลยี “Paditch” ประตูระบายน้ำอัจฉริยะ มาช่วยแก้ปัญหาการจัดสรรน้ำให้แม่นยำขึ้น
⚫ รู้จัก “Paditch” ระบบจัดการน้ำอัจฉริยะ ช่วยแก้ปัญหาน้ำไม่ทั่วถึง
“Paditch” (Automatic Water Supply Outlets) เป็นประตูระบายน้ำอัจฉริยะ สำหรับติดตั้งในแปลงนาของญี่ปุ่น ที่เชื่อมต่อระบบออนไลน์ และควบคุมผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ พร้อมทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำแบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยควบคุมปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของพืชในแต่ละพื้นที่
การทำงานของ Paditch คือเมื่อระดับน้ำในแปลงนาถึงค่าที่กำหนด ระบบจะสั่งให้ประตูระบายน้ำปิดโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถควบคุมการใช้น้ำได้แม่นยำขึ้น ลดการสูญเสียน้ำ และช่วยให้น้ำกระจายไปยังพื้นที่อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
⚫ พิสูจน์แล้วในพื้นที่นำร่องว่าช่วยแก้ปัญหาแย่งน้ำได้จริง
กรมชลประทานได้เริ่มนำร่องทดลองใช้เทคโนโลยี Paditch ตั้งแต่ปี 67 จำนวน 20 ชุด ในพื้นที่จังหวัดลำปางและกาฬสินธุ์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำระดับแปลงนา ซึ่งผลที่ได้คือ เกษตรกรสามารถควบคุมระดับน้ำในแปลงได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและวัดผลได้
ลำปาง ผลผลิตเพิ่มจากประมาณ 400-500 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 600-800 กิโลกรัมต่อไร่
กาฬสินธุ์ ผลผลิตเพิ่มจาก 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 1,000-1,200 กิโลกรัมต่อไร่
⚫ ใช้ AI และดาวเทียม เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบริหารน้ำ
นอกจาก Paditch แล้ว กรมชลประทานยังเตรียมนำเทคโนโลยีอื่น เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบริหารน้ำ เช่น AI ดาวเทียม และ IoT เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูก คาดการณ์ปริมาณน้ำ และวางแผนการส่งน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
เป้าหมายคือการเปลี่ยนระบบการบริหารน้ำจากเดิมที่มักจะจัดสรรจากปริมาณน้ำที่เหลือในเขื่อน มาเป็นการวางแผนจัดสรรล่วงหน้า ให้ตรงกับความต้องการน้ำของแต่ละพื้นที่มากขึ้น
⚫ เตรียมพัฒนาเวอร์ชันไทย ลดต้นทุน ใช้งานง่ายขึ้น
หลังผลการทดลองใช้งานเป็นที่น่าพอใจ กรมชลประทานจึงเตรียมขยายการใช้งาน Paditch ไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น ขอนแก่นและสุพรรณบุรี ในช่วงปี 69-73 พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับญี่ปุ่นพัฒนา Paditch เวอร์ชันไทยเพื่อปรับให้เหมาะกับรูปแบบการทำเกษตรของไทยมากขึ้น ควบคู่ไปกับการลดต้นทุน เพราะอุปกรณ์จากญี่ปุ่นในปัจจุบันมีต้นทุนสูงถึงชุดละ 50,000-60,000 บาท
⚫ เป้าหมายใหญ่ เปลี่ยนการจัดการน้ำเกษตรไทยทั้งระบบ
กรมชลประทานตั้งเป้าขยายระบบชลประทานอัจฉริยะให้ครอบคลุมมากขึ้นภายใน 3-5 ปีข้างหน้า โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล วางแผนจัดสรรน้ำ ไปจนถึงการควบคุมการใช้น้ำในระดับแปลงเกษตร
ซึ่งหากทำสำเร็จตามเป้า ก็อาจช่วยให้เกษตรกรใช้น้ำได้คุ้มค่ามากขึ้น และลดปัญหาน้ำไม่เพียงพอหรือน้ำส่วนเกินในพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสเพิ่มผลผลิต ยังช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ภาคเกษตรไทยให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงเวลารื้อโครงสร้างราชการไทย? เปิดเบื้องหลังแผนลดบุคลากรภาครัฐ 1 ล้านคน
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลตั้งเป้าปรับลดจำนวนบุคลากรภาครัฐจากปัจจุบันที่มีราว 3 ล้านคน ให้เหลือเพียง 2 ล้านคน

