
กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ หลังชุดปฏิบัติการกวาดล้างทะเบียน G เทา เข้าตรวจค้นพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย หลังพบว่ามีการนำโอกาสทางการศึกษาของเด็กต่างด้าว ไปใช้เป็นช่องทางให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติได้ประโยชน์
⚫รู้จัก “G-Code” รหัสที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กต่างด้าวในประเทศไทย
ประเทศไทยเปิดโอกาสให้เด็กต่างด้าว ลูกแรงงานข้ามชาติ หรือคนไร้สัญชาติ สามารถเข้าเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เหมือนไทยทั่วไป ทางกระทรวงศึกษาธิการ จึงออก “G-Code" หรือรหัสประจำตัวผู้เรียน ให้ใช้แทนเลขบัตรประชาชน
13 หลัก เพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูลนักเรียน และจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาให้เหมาะสม
ตามกฎหมาย ถ้าเรียนจบและยืนยันตัวตนได้ คนที่มีรหัส G สามารถยื่นขอบัตรหัวศูนย์ ซึ่งเป็นบัตรสำหรับคนที่ยังไม่มีสถานะทางทะเบียน เพื่อให้อยู่อาศัยในไทยได้อย่างถูกต้อง แล้วในอนาคตก็มีโอกาสพัฒนาสิทธิ ไปจนถึงการยื่นขอสัญชาติไทยได้ด้วย
⚫จากเจตนารมณ์ทางมนุษยธรรม สู่ช่องโหว่ที่ถูกนำไปใช้ทุจริต
โดยพบว่ามีข้าราชการบางราย นำรหัส G ของนักเรียนในพื้นที่ชายแดน ไปสวมสิทธิให้ต่างด้าวที่ไม่ได้เรียนจริง เพื่อไปขอบัตรหัวศูนย์ แลกกับผลประโยชน์จำนวนมาก จนถูกเรียกว่า “ขบวนการ G เทา” ส่วนบัตรหัวศูนย์ที่ได้มา ก็จะถูกนำไปใช้เป็นช่องทางสร้างตัวตนทางกฎหมาย ให้กับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และกลุ่มทุนสีเทาจากต่างประเทศ เพื่อใช้เปิดธุรกิจ เปิดบัญชีม้า หรือทำธุรกรรมต่างๆ เพื่ออำพรางที่มาของเงินและกิจกรรมผิดกฎหมาย
จากการตรวจสอบของปฏิบัติการกวาดล้างทะเบียน G เทา พบว่ามีการนำเลขทะเบียนเดิมกลับมาใช้ซ้ำหลายครั้ง บางเลขถูกใช้วนซ้ำมากถึง 11 ครั้ง และจากการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้าและพิสูจน์ตัวตน พบผู้สวมสิทธิ์หลายราย มีทั้งชาวจีน ที่พบว่ามีชื่อถือครองธุรกิจและทรัพย์สินในไทยมูลค่ารวมกว่าพันล้านบาท ชาวเมียนมา และเวียดนาม
ซึ่งไม่ใช่นักเรียนตัวจริงในพื้นที่ แต่กลับมีชื่ออยู่ในระบบ เพื่อนำไปใช้ขอเอกสารอย่างไม่ถูกต้อง โดยมี “ข้าราชการบางราย” ในพื้นที่ ทำหน้าที่อนุมัติข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และอำนวยความสะดวกทุกกระบวนการ เพื่อแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ทำแล้วมากว่า 309 คนในช่วงปี 61 - 68
⚫“G เทา” ไม่ใช่เพียงเรื่องการรับสินบน แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ
ขบวนการนี้ เป็นการเปิดทางให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มทุนสีเทา ใช้เอกสารที่ได้มาแบบไม่ถูกต้อง สร้างตัวตนในระบบกฎหมายไทย เพื่อนำไปทำธุรกรรมอำพรางต่างๆ ได้ง่ายขึ้น แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้น ย่อมกระทบต่อทั้งความมั่นคง และความโปร่งใสทางเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะเดียวกัน สิทธิและโอกาสที่ควรเป็นของเด็กต่างด้าวและคนไร้สัญชาติ ที่ต้องการเข้าถึงการศึกษา กลับถูกนำไปแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งกระทบสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
⚫หน่วยงานภาครัฐ จัดการกับเรื่องนี้อย่างไร?
กรมการปกครองยืนยันว่าจะเดินหน้าปิดช่องโหว่การทุจริตสัญชาติอย่างจริงจัง พร้อมเตรียมนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและ AI มาช่วยตรวจสอบระบบทะเบียนราษฎร์ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและการปลอมแปลงข้อมูล กรณี G เทา จึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้ระบบจะถูกสร้างขึ้นด้วยเจตนาดี แต่หากขาดการตรวจสอบที่รัดกุม ก็อาจถูกใช้เป็นช่องโหว่ให้คนบางกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ และสร้างความเสียหายในวงกว้างได้เช่นกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เเก้ปัญหาถูกจุดไหม? เปิดปม Telegram ยื่นฟ้องศาล หลังโดนอินเดียสั่งบล็อกยกประเทศ สกัดแก๊งโกงข้อสอบ
กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง หลัง Telegram ได้ยื่นฟ้องต่อศาลสูงกรุงนิวเดลี เพื่อคัดค้านคำสั่งของรัฐบาลอินเดียและหน่วยงานจัดสอบแห่งชาติ (NTA) ที่สั่งจำกัดการใช้งานแพลตฟอร์มชั่วคราว

เเก้ปัญหาถูกจุดไหม? เปิดปม Telegram ยื่นฟ้องศาล หลังโดนอินเดียสั่งบล็อกยกประเทศ สกัดแก๊งโกงข้อสอบ

