
สังคม
ออสเตรเลียออกมาแฉ! Big Tech ยังปกป้องเด็กบนโลกออนไลน์ ได้ไม่ดีพอ ทั้งที่เทคโนโลยีก็พร้อม?
15 กรกฎาคม 2569
หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยออนไลน์ของออสเตรเลีย (eSafety Commission) เผยว่า แพลตฟอร์มใหญ่ๆ ยังรับมือกับปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็กบนอินเทอร์เน็ต ได้ไม่ดีพอ รายงานดังกล่าวตรวจสอบการทำงานของแพลตฟอร์มรายใหญ่ เช่น Meta Platforms, Google และ Apple รวมถึงบริการออนไลน์อื่นๆ โดยพบว่า หลายแพลตฟอร์มยังมีข้อจำกัดในการตรวจจับและป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง
⚫ภัยออนไลน์ไม่ได้มาแค่ในรูปแบบคอนเทนต์ แต่เป็นการเข้าหาเหยื่อโดยตรง
ผู้ก่อเหตุจำนวนมากใช้แพลตฟอร์มส่งข้อความเป็นเครื่องมือเข้าหาเหยื่อโดยตรง รูปแบบที่พบมากขึ้นคือ Sextortion หรือการข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินหรือทำตามคำสั่ง หลังถูกหลอกให้ส่งภาพหรือวิดีโอส่วนตัว โดยช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา ออสเตรเลียได้รับแจ้งเหตุ sexual extortion มากกว่า 2,000 ครั้ง ที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดไม่ใช่เด็กเล็ก แต่เป็นชายหนุ่มวัย 18-24 ปี
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ eSafety ร่วมกับสถาบันอาชญวิทยาออสเตรเลีย พบว่า วัยรุ่นอายุ 16-18 ปี กว่า 1 ใน 10 คน เคยโดนขู่กรรโชกทางเพศออนไลน์ และมากกว่าครึ่งของผู้เสียหายระบุว่า จุดเริ่มต้นของการถูกล่อลวง เกิดขึ้นตั้งแต่อายุต่ำกว่า 16 ปี
⚫ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "ไม่มีเทคโนโลยี" แต่มี แล้วใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
รูปแบบของ Sextortion คือผู้ก่อเหตุมักใช้ข้อความหรือประโยคเดิมๆ ในการหลอกลวง ข่มขู่ และแบล็กเมลเหยื่อ ซึ่งเฉพาะระบบวิเคราะห์ภาษา (Language Analysis) และ AI ที่สามารถเรียนรู้และตรวจจับรูปแบบเหล่านี้ได้ แต่ eSafety พบว่า หลายแพลตฟอร์มยังนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ไม่เต็มที่
ซึ่งหากจะอ้างว่า แอปฯ แชตถูกออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวสูง จึงตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ หรือการกระทำที่เป็นอันตรายทำได้ยากกว่าแพลตฟอร์มที่มีเนื้อหาเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ eSafety ก็มองว่า การปกป้องความเป็นส่วนตัวกับการดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้สามารถทำควบคู่กันได้
เพราะแม้บริษัทจะอ่านข้อความที่เข้ารหัสไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถใช้ AI วิเคราะห์รูปแบบการใช้งานหรือสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจกำลังมีการล่อลวงหรือแบล็กเมล์ เพื่อช่วยหยุดเหตุได้ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อความส่วนตัวของผู้ใช้
⚫ระบบแจ้งปัญหายังใช้งานยาก
รายงานยังพบว่า หลายแพลตฟอร์มยังมีช่องโหว่ในกระบวนการแจ้งเหตุ ทำให้ผู้เสียหายเข้าถึงความช่วยเหลือได้ยาก และแอปฯแชทบางแอปฯ เช่น WhatsApp, iMessage, Discord และ Google Messages ก็ยังไม่มีช่องทางแจ้งเหตุการข่มขู่ทางเพศ หรือการล่วงละเมิดเด็กที่ชัดเจน ขณะที่บางแพลตฟอร์มไม่มีหมวดหมู่สำหรับปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ ทำให้ผู้เสียหายต้องใช้เวลาค้นหาวิธีแจ้งเหตุ และอาจทำให้การช่วยเหลือล่าช้า
⚫ทางออกที่ eSafety เสนอ
eSafety ระบุว่า การแก้ปัญหาการล่วงละเมิดเด็กบนโลกออนไลน์ ไม่ควรเป็นหน้าที่ของเด็กหรือผู้ปกครองเพียงฝ่ายเดียว แต่บริษัทเทคโนโลยีต้องร่วมรับผิดชอบมากขึ้น เพราะเป็นผู้ดูแลแพลตฟอร์มที่อาชญากรใช้ก่อเหตุ เสนอแนวทางสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
ออกแบบแพลตฟอร์มให้ปลอดภัยตั้งแต่ต้น (Safety by Design) ความปลอดภัยควรเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบและพัฒนาระบบตั้งแต่แรก ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยเพิ่มมาตรการป้องกันทีหลัง
เปิดเผยข้อมูลและทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล แพลตฟอร์มควรแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็น และร่วมพัฒนาเครื่องมือหรือระบบตรวจจับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยระบุและหยุดยั้งผู้กระทำผิดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
พัฒนาอัลกอริทึมให้ปกป้องเด็กได้ดีขึ้น ปรับปรุงระบบแนะนำคอนเทนต์และการเชื่อมต่อผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลแปลกหน้าหรือบัญชีที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเข้าถึงหรือสร้างความสัมพันธ์กับผู้เยาว์ได้ง่ายเหมือนที่ผ่านมา
รายงานฉบับนี้สะท้อนถึงความพยายามของออสเตรเลีย ในการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีให้ยกระดับมาตรการปกป้องเด็กบนโลกออนไลน์ โดยเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลกำลังผลักดันกฎหมายเพิ่มอำนาจให้ eSafety สามารถดำเนินการกับแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยได้
ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ไม่ควรถูกมองว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการใช้เทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องที่บริษัทแพลตฟอร์ม ต้องมีส่วนรับผิดชอบและเร่งแก้ไข เพื่อให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ไม่ใช่ช่องทางที่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่ออันตรายได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

OpenAI ตรวจพบพฤติกรรมที่น่ากังวลของ AI พร้อมสัญญาจะแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด
ท่ามกลางกระแสการชะลอการพัฒนา AI เป็นประเด็นร้อนที่ผู้คนต่างกำลังพูดถึงแม้แต่ผู้บริหารของทาง Anthropic และ ทาง OpenAI ก็ได้ออกมาทำการพูดถึงความจำเป็นถึงการที่ต้องชะลอการพัฒนา AI

OpenAI ตรวจพบพฤติกรรมที่น่ากังวลของ AI พร้อมสัญญาจะแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด

