
องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เตือนว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกลไกกำกับดูแลและกฎหมายทั่วโลกไม่สามารถตามทัน พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งร่วมกันวางมาตรฐานการกำกับดูแล AI ระดับสากล เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงในอนาคต
ระหว่างการประชุม UN Global Dialogue on AI Governance ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน ระบบการเมือง และสมดุลด้านความมั่นคงของโลก แต่ในขณะเดียวกัน การพัฒนาที่รวดเร็วเกินไปก็ทำให้การกำกับดูแลตามไม่ทัน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน รวมถึงการใช้งาน AI ในทางที่ผิด เช่น การชักจูง การหลอกลวง หรือการสร้างข้อมูลบิดเบือน
UN จึงเสนอแนวคิด AI Child Safety Pledge หรือแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของเด็ก ซึ่งมุ่งให้ผู้พัฒนา AI ต้องพิสูจน์ว่าระบบมีความปลอดภัยเพียงพอ ก่อนเปิดให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงหรือใช้งาน
แม้ AI จะสร้างโอกาสมหาศาลในหลายด้าน เช่น การแพทย์ การศึกษา และการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน แต่ UN เตือนว่าโลกยังไม่มีความพร้อมเพียงพอสำหรับยุคที่ระบบ AI สามารถตัดสินใจหรือปฏิบัติภารกิจได้ด้วยตนเอง อีกทั้งเทคโนโลยี AI ขั้นสูงยังคงกระจุกตัวอยู่ในบริษัทและประเทศมหาอำนาจเพียงไม่กี่แห่ง ส่งผลให้ประเทศกำลังพัฒนาอาจเผชิญความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีระดับรัฐบาลครั้งแรกของ UN ที่มุ่งหารือแนวทางกำกับดูแล AI ในระดับโลก โดยอ้างอิงผลการศึกษาจากคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระกว่า 40 คน ซึ่งจะนำไปสู่การจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์และการหารือเพิ่มเติมในปีหน้า เพื่อผลักดันให้การพัฒนา AI เดินหน้าควบคู่ไปกับความปลอดภัย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐดัน Traffy EDU ยกระดับการรับแจ้งปัญหา และดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน
รัฐบาลเดินหน้าผลักดัน Traffy EDU ระบบดิจิทัลที่เปิดให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษา สามารถแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนได้ผ่านช่องทางเดียว

