
การแพทย์
ล้ำอีกขั้น! 1669 แจ้งเหตุผ่านหมอพร้อม Super App ดึงข้อมูลผู้ป่วยได้ทันที ยุคใหม่ของการแพทย์ฉุกเฉินไทย
10 กุมภาพันธ์ 2569
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทุกนาทีมีความหมาย แต่หลายครั้งผู้ป่วยหรือญาติมักตื่นตระหนก จนทำให้บอกอาการไม่ครบ หรือระบุตำแหน่งไม่ชัด ส่งผลให้การช่วยเหลือล่าช้า ล่าสุดระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 ของไทยได้ยกระดับใหม่ เชื่อมต่อกับ “หมอพร้อม Super App” เพื่อเพิ่มช่องทางการแจ้งเหตุให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้ทีมแพทย์เข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วกว่าเดิม
แล้วการโทรแจ้งเหตุผ่านหมอพร้อม Super App ต่างกับการโทรเบอร์แบบเดิมอย่างไร?
การยกระดับการแจ้งเหตุผ่านหมอพร้อม ช่วยให้ระบบดึงข้อมูลสุขภาพที่ผู้ใช้เคยบันทึกไว้ในแอปฯ เช่น โรคประจำตัว ประวัติการรักษา รวมถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และส่งต่อไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ ผ่านแพลตฟอร์มกลาง NDEMS (National Digital Emergency Medical Service) ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเห็นข้อมูลสำคัญของผู้ป่วย และเตรียมการรักษาได้ตั้งแต่ก่อนรถพยาบาลออกเดินทางไปยัง ณ จุดเกิดเหตุ
ผลลัพธ์คือ ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ชีพสามารถประเมินอาการผู้ป่วยได้แม่นยำยิ่งขึ้น เตรียมอุปกรณ์ ยา และทีมเฉพาะทางได้ตรงจุด ลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดพลาดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ “ทันเวลา” โอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยก็จะ “เพิ่มขึ้น”
นอกจากนี้ ระบบยังมีแผนเชื่อมต่อไปยังแอป “ทางรัฐ” เพื่อขยายช่องทางการแจ้งเหตุฉุกเฉินให้ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมรองรับเทคโนโลยี AML (Advanced Mobile Location) หรือระบบส่งพิกัดอัตโนมัติจากโทรศัพท์มือถือ ช่วยระบุตำแหน่งจุดเกิดเหตุได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 1–5 นาทีต่อเคส ลดปัญหาการบอกพิกัดคลาดเคลื่อนหรือหาตำแหน่งไม่พบ โดยเฉพาะในพื้นที่ซับซ้อนหรือกรณีที่ผู้แจ้งเหตุไม่สามารถพูดได้
เป้าหมายของการพัฒนาระบบนี้ไม่ใช่เพียงเพิ่มความสะดวกในการแจ้งเหตุ แต่คือการ “แข่งกับเวลา” เพื่อให้ทีมแพทย์เข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วที่สุด ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและความพิการจากการช่วยเหลือที่ล่าช้า นับเป็นอีกก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมข้อมูล ช่วยการตัดสินใจ และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศิริราชเปิดเกมใหม่! ดึงข้อมูลจีโนมิกส์ไทย สร้างชุดตรวจมะเร็งเพื่อคนไทย
แม้การแพทย์จะพัฒนาไปไกล และเทคโนโลยีจีโนมิกส์จะช่วยให้การรักษามะเร็งแม่นยำขึ้นมาก แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยยังเข้าถึงบริการเหล่านี้ ได้ยาก เพราะค่าตรวจแพง ต้องส่งตัวอย่างไปต่างประเทศ และต้องรอผลนานเป็นเดือน

