
ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุค AI” อย่างเต็มตัว หลังทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มเดินหน้าโครงการด้าน AI ออกมาพร้อมกันหลายโครงการ
เพื่อเร่งให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะด้าน AI ในวงกว้างมากขึ้น
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ “AI for All Thais” ความร่วมมือระหว่างทรู กูเกิล และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะ AI ให้คนไทยกว่า 20 ล้านคน ภายในระยะเวลา 4 ปี ผ่านคอร์สเรียนฟรี รวมถึงการสนับสนุนอินเทอร์เน็ตฟรี เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ด้าน AI ให้กับประชาชน
ขณะเดียวกัน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ผ่านสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ก็เตรียมเปิดโครงการ “TH-AI Passport” ด้วยงบประมาณกว่า 1.6 พันล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนกว่า 5 ล้านคน สามารถเข้าถึง Generative AI ระดับโลกอย่าง ChatGPT, Gemini และ Claude ได้ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี
2 โครงการนี้ อาจทำให้ “ประชากรเกือบ 40% ของประเทศเข้าถึง AI” ?
หากนำจำนวนผู้เข้าถึงจากทั้ง 2 โครงการมารวมกัน ในอนาคตประเทศไทยอาจมีประชาชนกว่า 25 ล้านคน ที่สามารถเข้าถึงหรือใช้งาน AI ได้ คิดเป็นเกือบ 40% ของประชากรทั้งประเทศ
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังถูกยกระดับจาก “เทคโนโลยีใหม่” ไปสู่ “ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ” เพราะหลายฝ่ายเริ่มมองตรงกันว่า ทักษะการใช้ AI กำลังจะกลายเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญของคนยุคใหม่ ไม่ต่างจากการใช้อินเทอร์เน็ตในอดีต
“เป้าหมายเดียวกัน” แต่จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ถึงแม้หลายโครงการจะมี “เป้าหมายเดียวกัน” คือการผลักดันให้คนไทยเข้าถึงและใช้งาน AI เป็น แต่แนวทางการดำเนินงานยังค่อนข้างแยกส่วน
และแต่ละหน่วยงานต่างขับเคลื่อนในรูปแบบของตัวเอง
จึงเริ่มเกิดคำถามตามมาว่า ประเทศไทยควรมี “AI Development Roadmap” ระดับชาติหรือไม่ เพื่อกำหนดทิศทางร่วมกันให้ทุกภาคส่วน
ทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และองค์กรต่างๆ สามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
หากไทยมี Roadmap ด้าน AI ที่ชัดเจน พร้อมมีหน่วยงานกลางเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลักในการเชื่อมการทำงานของทุกภาคส่วน ก็อาจช่วยลดความซ้ำซ้อนของโครงการ AI ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายหน่วยงาน
เพราะหากแต่ละองค์กรต่างพัฒนาแต่ละส่วนแยกกัน ก็อาจทำให้เกิดการใช้งบประมาณ ระบบ และทรัพยากรที่ซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น
หากทุกภาคส่วนสามารถบูรณาการความร่วมมือร่วมกันได้ ก็อาจช่วยให้ประเทศใช้ทรัพยากรและงบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเร่งให้ประชาชนเข้าถึงและใช้งาน AI ได้เร็วขึ้นและครอบคลุมมากกว่าเดิม
ท้ายที่สุดแล้ว การผลักดันให้คนไทยเข้าถึงและใช้ AI ยังคงเป็นเรื่องที่ควรได้รับการสนับสนุนแต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการวางแผนและจัดสรรทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน และสร้างประโยชน์ต่อประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สกมช. กางแผน “Quantum-Ready 2030” เตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่
ยุคปัจจุบัน “ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” กลายเป็นโจทย์สำคัญระดับประเทศ โดยเฉพาะการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ท่ามกลางการเร่งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อขับเคลื่อนประเทศ


