
ไม่นานมานี้ รัฐบาลแคนาดาประกาศปรับกฎหมาย Online Streaming Act (OSA) ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงต่างชาติรายใหญ่ อย่าง Netflix, Disney, Spotify ที่มีรายได้ในแคนาดาเกิน 25 ล้านดอลลาร์ต่อปี ต้องจ่ายเงินสมทบสูงถึง 15% ของรายได้ จากเดิมที่เคยกำหนดไว้เพียง 5%
⚫️ ทำไมแคนาดาถึงเก็บเงินจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชาวแคนาดาหันไปดูคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงมากขึ้น ส่งผลให้สถานีโทรทัศน์และผู้ผลิตคอนเทนต์ท้องถิ่น มีรายได้ลดลงต่อเนื่อง
รัฐบาลแคนาดาจึงมองว่าแพลตฟอร์มต่างชาติที่เข้ามาทำรายได้มหาศาลจากคนในประเทศ ก็ควรช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมสื่อของแคนาดาด้วย
จึงเกิดกฎหมาย Online Streaming Act ขึ้นในปี 2023 ที่ถูกออกมาเพื่อให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงออนไลน์ ต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกับผู้ประกอบการสื่อแบบดั้งเดิม
โดยรัฐบาลให้อำนาจ CRTC (คณะกรรมการวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งแคนาดา) สามารถเรียกเก็บเงินสมทบจากบริการสตรีมมิงต่างชาติ เพื่อนำไปสนับสนุนอุตสาหกรรมสื่อและคอนเทนต์ของแคนาดา
ซึ่ง CRTC ก็เคยกำหนดให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงจ่ายเงินสมทบ 5% ของรายได้ในแคนาดา ที่สร้างเงินเข้าสู่วงการสื่อของประเทศราว 200 ล้านดอลลาร์แคนาดาต่อปี ก่อนปรับขึ้นเป็น 15% ในปี 2026
⚫️ แต่น่าแปลก ที่คนทำหนังแคนาดากลับกังวลกับกฎนี้
แม้รัฐบาลจะเพิ่มเงินสมทบจาก 5% เป็น 15% เพื่อช่วยวงการสื่อแคนาดา แต่คนทำหนังและสื่อท้องถิ่นหลายฝ่ายกลับกังวลว่า แพลตฟอร์มสตรีมมิงอาจเลือกลงทุนกับคอนเทนต์ที่ทำเงินง่าย ดูได้ทั่วโลก และใช้ต้นทุนน้อย มากกว่าการสนับสนุนหนังหรือซีรีส์ที่สะท้อนวัฒนธรรมของชาวแคนาดา
โดยสมาคมผู้กำกับของแคนาดา (DGC) เตือนว่า หากรัฐบาลไม่มีกฎที่ชัดเจนในการบังคับให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงสนับสนุนคอนเทนต์ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง บริษัทเหล่านี้อาจลดการลงทุนในแคนาดาเมื่อไรก็ได้ ซึ่งจะกระทบกับคนทำหนังและทีมงานในประเทศโดยตรง
⚫️ สหรัฐฯ เริ่มไม่พอใจ เกมการค้าจึงอาจร้อนขึ้น?
MPA หรือสมาคมภาพยนตร์แห่งอเมริกา ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทอย่าง Netflix และ Disney มองว่ากฎของแคนาดา เป็นการบังคับที่ไม่เป็นธรรม และเลือกปฏิบัติกับบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะธุรกิจจากสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลว่า มาตรการของแคนาดา อาจขัดกับข้อตกลงการค้า USMCA ที่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกใช้ร่วมกัน
เพราะอาจถูกตีความว่าเป็นการเลือกปฏิบัติกับบริษัทจากต่างประเทศ ทำให้ประเด็นนี้เริ่มไม่ใช่แค่เรื่องสื่อหรือสตรีมมิง แต่อาจลามไปเป็นประเด็นทางการค้าระหว่างประเทศด้วย
เพราะก่อนหน้านี้ กฎหมาย Online Streaming Act ของแคนาดา ก็ถูกบริษัทสื่อต่างชาติฟ้องร้องมาตั้งแต่ปี 2023 อยู่แล้ว และเมื่อแคนาดาเพิ่มภาระจาก 5% เป็น 15% ก็ยิ่งทำให้ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลแคนาดากับบริษัทสตรีมมิงรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
⚫️ หลังจากนี้ ค่ายสตรีมมิงจะแก้เกมอย่างไร?
เมื่อแพลตฟอร์มสตรีมมิงต้องจ่ายภาษีหรือเงินสมทบเพิ่มในหลายประเทศ ถ้าดูจากรายงาน S&P Global ชี้ว่าบริษัทสตรีมมิงรายใหญ่อย่าง Netflix, Disney+ มักจะแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้เอง แต่มีแนวโน้มจะปรับกลยุทธ์เพื่อรักษากำไรแทน
อย่างการปรับโครงสร้างราคาให้ซับซ้อนขึ้น เช่น
เพิ่มแพ็กเกจที่มีโฆษณาในราคาถูก
ปรับแพ็กเกจที่ไม่มีโฆษณาให้แพงขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ต่อผู้ใช้
ดังนั้น แม้บางประเทศจะมีต้นทุนหรือกฎระเบียบเพิ่มขึ้น ผู้ใช้ก็อาจไม่ได้เห็นเป็นการขึ้นราคาตรงๆ แต่จะเห็นเป็นการปรับรูปแบบแพ็กเกจและค่าบริการที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศแทน
ท้ายที่สุดแล้ว การปรับกฎหมายดังกล่าวของแคนาดา แม้จะมีเป้าหมายดึงรายได้จากแพลตฟอร์มสตรีมมิงกลับมาสนับสนุนอุตสาหกรรมสื่อในประเทศ แต่ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างได้ หากไม่มีการออกแบบกลไกที่รักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมคอนเทนต์ท้องถิ่นกับภาระที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ CEO กำลังเป็น "AI Psychosis" ราคาที่ต้องจ่ายคือพนักงาน?
AI อาจกำลังพาบริษัทเทคเข้าสู่ “ยุคทอง” แต่สำหรับพนักงานจำนวนมาก นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคเลย์ออฟ”

