
ธุรกิจไอที
จีนสั่งเรียกคืนรถ EV กว่า 4.3 ล้านคัน พลิกเกมสู่ “ต้นแบบมาตรฐานความปลอดภัย” ของโลก
27 สิงหาคม 2569
รัฐบาลจีนประกาศแผนพัฒนาอุตสาหกรรมไซเบอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วงปี 2569-2573 โดยยกให้ “เทคโนโลยีควอนตัม” เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแนวหน้าที่ต้องเร่งพัฒนาอย่างเต็มกำลัง ควบคู่ไปกับ AI ชิปประสิทธิภาพสูง ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และเทคโนโลยีเกิดใหม่อีกหลายด้าน
⚫️ “เทคโนโลยีควอนตัม” คือหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ
แผนดังกล่าวจัดทำโดยคณะกรรมาธิการกิจการไซเบอร์สเปซกลางของจีน (Central Cyberspace Affairs Commission) ครอบคลุมแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไซเบอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมและสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทเทคโนโลยีภายในประเทศ
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ การระบุให้ Quantum Technology เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแนวหน้าที่จีนต้องการผลักดัน ร่วมกับ Blockchain, Brain-Computer Interface (BCI), Digital Twin และเทคโนโลยีจอแสดงผลยุคใหม่
⚫️ จีนมอง ควอนตัม-AI-ชิป-Cybersecurity เป็น "ระบบนิเวศทางเทคโนโลยี" ที่เชื่อมต่อกัน
การที่จีนวางเทคโนโลยีหลายแขนงไว้ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์เดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมองเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเรื่องเดียวกัน ไม่แยกส่วนกันพัฒนา ทั้ง Quantum, AI, Advanced Chips และ Cybersecurity ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่มีความเกี่ยวข้องกันในระดับโครงสร้าง
ชิปประสิทธิภาพสูงเป็นพื้นฐานสำคัญของการประมวลผลขั้นสูง ขณะที่ AI ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลและชิปที่มีประสิทธิภาพ ส่วนเทคโนโลยีควอนตัมก็อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงความสามารถด้านการประมวลผล การสื่อสาร และการเข้ารหัสในอนาคต
เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกพัฒนาไปพร้อมกัน จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้าง “เทคโนโลยีใหม่” แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ
⚫️ จาก “งานวิจัย” สู่ “ธุรกิจ” คืออีกเป้าหมายสำคัญ
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนลงทุนอย่างหนักในด้านวิทยาศาสตร์ควอนตัม ผ่านทั้งมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการระดับชาติ และบริษัทเทคโนโลยี โดยครอบคลุมทั้ง Quantum Computing, Quantum Communication และ Quantum Sensing ซึ่งจีนต้องการผลักดันให้เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น
แผนฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และการใช้งานจริง พร้อมสนับสนุนบริษัทเทคโนโลยีหลายระดับ ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม บริษัทที่เป็นผู้นำในเทคโนโลยีเฉพาะทาง ไปจนถึงบริษัทนวัตกรรมที่กำลังเติบโต
แนวทางนี้อาจเปิดโอกาสให้บริษัทด้านควอนตัมในจีนได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม และช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านจาก “เทคโนโลยีที่มีศักยภาพ” ไปสู่ “เทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ”
⚫️ เทคโนโลยีเดินหน้าควบคู่กับการควบคุม
อีกด้านหนึ่งของแผนคือการพัฒนาเทคโนโลยีจะเดินควบคู่กับการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้น
บริษัทต่าง ๆ ถูกกำหนดให้ยกระดับระบบจัดการความเสี่ยง การตรวจจับและติดตามภัยคุกคาม การรับมือเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการบริหารจัดการอัลกอริทึม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนยังต้องการป้องกันการนำ AI ไปใช้ในลักษณะที่อาจสร้างอันตรายต่อผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือแรงงาน รวมถึงจัดการกับพฤติกรรมผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมสำคัญ
แผนระยะ 5 ปีฉบับนี้จึงมีความน่าสนใจตรงที่จีนไม่ได้มองเทคโนโลยีแต่ละประเภทเป็นเรื่องแยกจากกัน แต่กำลังพยายามสร้าง “ระบบนิเวศเทคโนโลยีภายในประเทศ” ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกัน
เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ แต่ยังรวมถึงการสร้างบริษัทที่สามารถแข่งขันในระดับโลก และเร่งเปลี่ยนผลงานวิจัยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจได้จริง
สะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่แน่วแน่ในการก้าวไปสู่ "การพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี" (Technological Self-reliance) โดยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ของจีนในระยะยาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไต้หวันสั่งฟ้อง 9 ผู้ต้องหา ปมลอบส่งออก AI Server ไปจีน ฝ่าฝืนมาตรการคุมชิปสหรัฐฯ
อัยการไต้หวันสั่งฟ้องผู้ต้องหา 9 ราย จากข้อกล่าวหามีส่วนร่วมในการลักลอบส่งออกเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Server) ไปยังประเทศจีน โดยในจำนวนนี้มีพนักงานของ Nvidia Taiwan และ Super Micro Taiwan รวมอยู่ในคดีด้วย

ไต้หวันสั่งฟ้อง 9 ผู้ต้องหา ปมลอบส่งออก AI Server ไปจีน ฝ่าฝืนมาตรการคุมชิปสหรัฐฯ

