
ธุรกิจไอที
ไต้หวันสั่งฟ้อง 9 ผู้ต้องหา ปมลอบส่งออก AI Server ไปจีน ฝ่าฝืนมาตรการคุมชิปสหรัฐฯ
25 สิงหาคม 2569
อัยการไต้หวันสั่งฟ้องผู้ต้องหา 9 ราย จากข้อกล่าวหามีส่วนร่วมในการลักลอบส่งออกเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Server) ไปยังประเทศจีน โดยในจำนวนนี้มีพนักงานของ Nvidia Taiwan และ Super Micro Taiwan รวมอยู่ในคดีด้วย
คดีนี้เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ติดตั้งชิปของ Nvidia ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2022 โดยกฎหมายกำหนดว่าชิป AI ขั้นสูงไม่สามารถส่งออกหรือจำหน่ายให้จีนได้ หากไม่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐฯ
อัยการระบุว่า ขบวนการดังกล่าวใช้วิธีปลอมเอกสารผู้ใช้งานปลายทาง (End-user Documents) เพื่อแสดงว่าเซิร์ฟเวอร์ AI รุ่น B300 จำนวน 130 เครื่อง จะถูกติดตั้งในศูนย์เซิร์ฟเวอร์ที่เช่าไว้ในไต้หวัน ทั้งที่เป้าหมายที่แท้จริงคือการส่งต่อไปยังลูกค้าในจีน
จากทั้งหมด 130 เครื่อง พบว่า 74 เครื่องถูกส่งถึงจีนสำเร็จ ผ่านทั้งการขนส่งตรงและการส่งผ่านอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง ส่วนอีก 56 เครื่องถูกศุลกากรไต้หวันตรวจพบความผิดปกติและสกัดการส่งออกไว้ได้ทัน
ผู้ต้องหา 8 รายถูกตั้งข้อหาฐานละเมิดความไว้วางใจและปลอมแปลงเอกสาร ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 รายถูกดำเนินคดีแยกในข้อหายักยอกเงินจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายที่เกี่ยวข้อง
อัยการระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบดีว่า Nvidia และ Super Micro มีระบบควบคุมการส่งออกและมาตรการกำกับดูแลภายในที่เข้มงวด แต่ยังร่วมกันหลีกเลี่ยงกฎระเบียบเพื่อแสวงหาผลกำไรมหาศาล โดยอัยการมองว่าการกระทำดังกล่าวไม่เพียงเพิ่มต้นทุนด้านการกำกับดูแลให้กับบริษัท แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไต้หวันในเวทีระหว่างประเทศอีกด้วย
โดยในช่วงที่ผ่านมา ไต้หวันได้ยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อป้องกันไม่ให้ชิปและองค์ความรู้ด้านเซมิคอนดักเตอร์รั่วไหลไปยังจีน ท่ามกลางความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แอละแบมาเปิดสอบสวน OpenAI หลัง AI หลุดควบคุมแฮ็ก Hugging Face
ประเด็นเรื่อง ความปลอดภัยของ AI กำลังถูกจับตามองอย่างหนักในสหรัฐฯ เมื่อรัฐแอละแบมาประกาศเปิดการสอบสวน OpenAI จากเหตุการณ์ที่ AI Agent ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบ สามารถแฮ็กแพลตฟอร์ม Hugging Face ได้จริง จนนำไปสู่คำถามสำคัญว่า บริษัทผู้พัฒนา AI ควบคุมเทคโนโลยีของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน

