Sovereign ที่แท้จริง ควรเป็นอย่างไร เมื่ออำนาจอธิปไตยทางดิจิทัล ไม่ได้จบแค่การเก็บข้อมูลในประเทศ
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

Sovereign ที่แท้จริง ควรเป็นอย่างไร? เมื่ออำนาจอธิปไตยทางดิจิทัล ไม่ได้จบแค่การเก็บข้อมูลในประเทศ

Clock Icon

9 กันยายน 2569

ในช่วงที่ผ่านมา คำว่า “Sovereign Cloud” “Sovereign AI” หรือ “อธิปไตยข้อมูล” เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ทำให้คำว่า Sovereign ถูกนำมาใช้กับบริการและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างแพร่หลาย

ที่น่าคิดคือ หากระบบเหล่านั้นให้บริการอยู่ในประเทศ แต่เบื้องหลังอาจยังพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทแม่ ข้อตกลงทางธุรกิจ หรือแม้แต่กฎหมายของต่างประเทศอยู่ แบบนี้จะยังเรียกว่าเป็น  Sovereignty อยู่หรือไม่

⚫ แล้ว Sovereign ที่แท้จริง ต้องเป็นยังไง?

การจะดูว่าบริการไหนมีความเป็น “Sovereign” ไม่ควรดูแค่ว่า Data Center ตั้งอยู่ในประเทศหรือไม่ แต่ต้องดูให้ครบว่าระบบตั้งอยู่ที่ไหน ข้อมูลอยู่ภายใต้กฎหมายของใคร และใครเป็นเจ้าของระบบ โดยทั้งสามส่วนต้องสอดคล้องกัน 

เพราะต่อให้ข้อมูลจะอยู่ในประเทศ ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศจะควบคุมข้อมูลนั้นได้เสมอไป สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่าใครมีอำนาจควบคุมข้อมูลและระบบเหล่านั้น ซึ่งเป็นหัวใจของความเป็น “Sovereign”

⚫ ตั้งอยู่ในประเทศ ไม่ได้แปลว่าควบคุมได้?

ไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในภูมิภาคอย่างชัดเจน

โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ช่วงปี 67–69 มีโครงการ Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 42 โครงการ รวมกำลังประมวลผลกว่า 3,400 เมกะวัตต์ และมีมูลค่าการลงทุนกว่า 750,000 ล้านบาท การลงทุนเหล่านี้มาจากหลายประเทศ ทั้งจีน สหรัฐฯ  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น และอีกส่วนหนึ่งมาจากประเทศอื่นๆ

แต่การที่ Data Center ตั้งอยู่ในไทย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ภายใต้การควบคุมของไทยเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อเงินลงทุนมาจากหลายประเทศ เพราะสิ่งที่ต้องดูต่อคือใครเป็นเจ้าของและใครมีอำนาจควบคุมระบบ

เพราะหาก Data Center หรือเซิร์ฟเวอร์เป็นของบริษัทที่มีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ ข้อมูลก็อาจยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายของประเทศนั้นได้ เพราะบริษัทแม่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่ตนอยู่ภายใต้

⚫ Sovereign ต้องมาพร้อมอำนาจทางกฎหมาย

แน่นอนว่า Data Center ที่ตั้งอยู่ในไทย ย่อมต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของไทยที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความปลอดภัยของระบบ การประกอบธุรกิจ และข้อกำหนดต่างๆ ที่รัฐกำหนด โดยเฉพาะกฎหมาย PDPA ของไทยที่มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศตามมาตรา 28 และ 29

แต่ในอีกด้านหนึ่ง หาก Data Center หรือเซิร์ฟเวอร์เป็นของบริษัทที่มีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ ข้อมูลก็อาจยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายของประเทศนั้นได้ เพราะบริษัทแม่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่ตนอยู่ภายใต้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ US CLOUD Act ของสหรัฐฯ ที่ให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐฯ ขอข้อมูลจากผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ ได้ แม้ข้อมูลนั้นจะถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่นอกสหรัฐฯ ก็ตาม

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Data Center ต่างชาติที่มาตั้งในไทยจะผิดกฎหมายของไทย หรือข้อมูลในไทยจะถูกต่างประเทศเข้าถึงได้โดยอัตโนมัติ เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่า Sovereign ที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงแค่การเก็บข้อมูลไว้ในประเทศเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญคือประเทศจะต้องมีอำนาจสูงสุดในการควบคุมข้อมูลของตัวเองได้ด้วย หากยังมีกฎหมายต่างประเทศที่เปิดทางให้เข้าถึงข้อมูลได้ ก็อาจยังไม่ถือว่าเป็น “Sovereign” อย่าง 100%

⚫ “Sovereignty Washing” ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวัง

เมื่อมีนักลงทุนจากหลายประเทศเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การตรวจสอบ ที่มาของเงินลงทุน โครงสร้างความเป็นเจ้าของ และผู้มีอำนาจควบคุม จึงมีความสำคัญ เพื่อให้รู้ว่าเบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานนั้น ใครเป็นผู้ลงทุน ใครเป็นเจ้าของ และใครมีอำนาจควบคุมจริง

เรื่องนี้ยิ่งสำคัญเมื่อคำว่า “Sovereign” กลายเป็นจุดขาย เพราะหากบริการถูกนำเสนอว่าเป็น Sovereign ทั้งที่ประเทศยังไม่สามารถควบคุมข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างแท้จริง ก็อาจเข้าข่าย “Sovereignty Washing” หรือการทำให้บริการดูเป็น Sovereign มากกว่าความเป็นจริง

ตัวอย่างเช่น การนำเซิร์ฟเวอร์มาตั้งในไทย แล้วใช้คำว่า “Local Data Center” หรือ “Sovereign Cloud” ทั้งที่ผู้ให้บริการยังถูกควบคุมโดยบริษัทแม่ กฎหมาย หรือโครงสร้างอำนาจจากต่างประเทศ

⚫ Sovereign ต้องสร้างประโยชน์ให้ประเทศ

ข้อดีข้อง Sovereign จึงไม่ได้มีแค่เรื่องความมั่นคงของข้อมูล เพราะยังเป็นโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ โดยต้องอาศัยการออกแบบนโยบายให้การลงทุนด้าน Data Center, Cloud และ AI สร้างประโยชน์ต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการไทย การจ้างงาน การพัฒนาทักษะ และ Supply Chain ในประเทศ

ที่สามารถสร้างรายได้และโอกาสใหม่ๆ ให้กับคนและธุรกิจในประเทศได้มากขึ้น จากที่จะเป็นเพียง “ฐานที่ตั้งของเทคโนโลยี” ก็สามารถก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่ ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนั้นได้อย่างแท้จริง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิจัย_Anthropic_ระบุ_AI_มีโอกาสมากกว่า_10_ที่จะ_ทำลายมนุษยชาติ

นักวิจัย Anthropic ระบุ AI มีโอกาสมากกว่า 10% ที่จะ “ทำลายมนุษยชาติ”

ในยุคที่ AI เติบโตอย่างรวดเร็วจนสร้างความกังวลต่อประเด็นของความปลอดภัย โดยล่าสุด Anthropic หนึ่งในบริษัท AI ชั้นนำของโลก ต้องเผชิญกับคำเตือนจากภายในองค์กรเอง หลังนักวิจัยระดับสูงออกมายอมรับว่า AI มีโอกาสมากกว่า 10% ที่จะนำไปสู่หายนะระดับมนุษยชาติภายใน 10 ปีข้างหน้า

clock2 วันที่แล้ว
ออสเตรเลียคุมเข้ม_Big_Tech_ดันกฎหมาย_My_Feed_My_Way_ให้ผู้ใช้ปิดฟีดอัลกอริทึมได้เอง
ต่างประเทศสังคม

ออสเตรเลียคุมเข้ม Big Tech ดันกฎหมาย “My Feed, My Way” ให้ผู้ใช้ปิดฟีดอัลกอริทึมได้เอง

clock2 วันที่แล้ว
สทนช_จับมือกรมอุตุฯ_พัฒนาระบบเรดาร์ฝน_เตือนฝนหนัก_น้ำท่วมล่วงหน้า_3_ชั่วโมง

สทนช.จับมือกรมอุตุฯ พัฒนาระบบเรดาร์ฝน เตือนฝนหนัก-น้ำท่วมล่วงหน้า 3 ชั่วโมง

clock3 วันที่แล้ว