
อากาศที่ร้อนขึ้นในทุกปี กำลังกลายเป็นปัญหา ที่ส่งผลต่อสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในเมืองที่มีอาคารหนาแน่นและเผชิญมลพิษสะสม
กทม.เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหา “เมืองร้อน” ที่สุด?
เมื่อพูดถึงปัญหา “เมืองร้อน” จังหวัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือกรุงเทพฯ ด้วยความหนาแน่นของอาคารและตึกสูงจำนวนมาก ทำให้อากาศถ่ายเทได้ยาก ขณะเดียวกันสภาพการจราจรที่หนาแน่นยังเป็นแหล่งกำเนิดทั้งควันพิษและความร้อนสะสม ส่งผลให้อุณหภูมิในเมืองสูงกว่าพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะใน กทม.
หลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง เผชิญความร้อนสูงเป็นประจำ จากลักษณะภูมิประเทศ อากาศถ่ายเทยาก และการขยายตัวของเมือง จังหวัดอย่าง ลำปาง แพร่ สุโขทัย ตาก อุดรธานี และนครราชสีมา บางปีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ขณะที่ภาคใต้แม้อุณหภูมิไม่สูงสุด แต่ต้องเจอความร้อนชื้นตลอดปี ซึ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตไม่แพ้กัน
สถานการณ์นี้สะท้อนว่า ปัญหาความร้อนเป็นเรื่องใกล้ตัว และต้องเร่งหาทางรับมือ ตั้งแต่การออกแบบเมืองให้ร้อนน้อยลง เพิ่มพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำ ไปจนถึงการวางผังเมืองที่คำนึงถึงสุขภาพประชาชนเป็นหลัก
ในส่วนของ กทม. ได้เดินหน้าแผนรับมืออากาศร้อนปี 2569 โดยใช้ระบบแจ้งเตือนภัยความร้อน 4 ระดับตามดัชนี Heat Index ควบคู่มาตรการระยะสั้นอย่างการทำ Heat Mapping ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า และการจัดตั้ง BKK Cooling Room เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมวางแผนระยะยาวในการปรับโครงสร้างเมืองให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป
หากแผนนี้ขยายสู่จังหวัดอื่นๆ?
หากแนวคิดและเครื่องมือในการรับมือปัญหาเมืองร้อนถูกขยายไปใช้ในทุกจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นการระบุพื้นที่เสี่ยงความร้อน การพัฒนาระบบเตือนภัย การจัดพื้นที่ให้ประชาชนเข้าพักคลายร้อนในชุมชน หรือการนำข้อมูลสภาพอากาศมาใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาเมือง ก็จะช่วยยกระดับการรับมือปัญหาความร้อนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น
ที่สำคัญ การลงทุนในระบบรับมือเมืองร้อนไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยลดภาระระบบสาธารณสุข ลดการเจ็บป่วยและการสูญเสียชีวิตตั้งแต่ต้นทาง และเสริมความพร้อมให้เมืองไทยสามารถรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

PDP 2026 ทางลัดสู่ Net Zero เพิ่มการแข่งขันผู้ขายไฟฟ้าในอนาคต
ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026

