
การเติบโตของ AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีไม่ได้เผชิญเพียงความท้าทายด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่ยังทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ Big Tech ต้องเร่งหาพลังงานทางเลือกที่ยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "มูลวัว"
⚫AI กินไฟมากกว่าที่หลายคนคิด
สาเหตุสำคัญมาจากการขยายตัวของ Data Center ซึ่งเป็นศูนย์กลางการประมวลผล AI ที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดย Gartner คาดว่า ในปี 2026 Data Center ทั่วโลกจะใช้ไฟฟ้ารวมประมาณ 132 กิกะวัตต์ เพิ่มขึ้นกว่า 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าความต้องการประมวลผลข้อมูลและการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้น กำลังทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกใช้พลังงานมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟมากขึ้น ระบบไฟฟ้าที่ก็อาจเริ่มรองรับไม่ไหว ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ รัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลาง Data Center ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีศูนย์ข้อมูลอัดแน่นมากกว่า 500 แห่ง เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ทำให้บางพื้นที่ ประชาชนก็เริ่มแบกรับค่าไฟที่สูงขึ้นตามไปด้วย
⚫ทำไม "มูลวัว" ถึงกลายเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ?
แม้พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นพลังงานสะอาด แต่มีข้อจำกัดเรื่องความสม่ำเสมอในการผลิตไฟฟ้า เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและช่วงเวลาของวัน ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องการไฟฟ้าที่เสถียรและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จึงมักต้องใช้ระบบกักเก็บพลังงานหรือแหล่งผลิตไฟฟ้าอื่นมาช่วยเสริม
ทำให้ก๊าซธรรมชาติหมุนเวียน (Renewable Natural Gas : RNG) ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตจากการนำมูลสัตว์ มาหมักในระบบปิดที่ไม่มีออกซิเจน จนเกิดเป็นก๊าซชีวภาพ ที่สามารถนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าได้ ซึ่งมีความยั่งยืนกว่าก๊าซธรรมชาติทั่วไป ซึ่งมีข้อดีคือ
🔹ผลิตพลังงานได้ต่อเนื่อง
🔹ใช้ท่อก๊าซธรรมชาติเดิมได้ทันที
🔹สามารถป้อนเข้าโรงไฟฟ้าก๊าซที่มีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องสร้างระบบใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ ความร้อนที่เกิดจากการทำงานของ Data Center ก็ไม่สูญเปล่า เพราะสามารถนำกลับมาใช้เร่งกระบวนการหมักผลิตไบโอมีเทน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานได้อีกทาง แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่เริ่มถูกนำไปใช้จริงแล้ว เช่น Lent Hill Dairy Farm ในรัฐนิวยอร์ก ที่นำมูลวัวมาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้กับการขุดคริปโทเคอร์เรนซี
ขณะที่ Microsoft ก็เริ่มนำก๊าซธรรมชาติหมุนเวียน (RNG) มาใช้เป็นพลังงานสำรองให้ดาต้าเซ็นเตอร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย จนหลายฝ่ายมองว่า RNG อาจกลายเป็น "เชื้อเพลิงแห่งยุค AI" ในอนาคต
⚫แต่เหรียญ ก็มีสองด้านเสมอ
แม้จะดูเป็นนวัตกรรมรักษ์โลก แต่นักวิชาการบางส่วนก็กังวลว่า หากมูลวัวมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น อาจทำให้มีการขยายฟาร์มเพื่อผลิตมูลวัว มากกว่าการเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การเลี้ยงวัวอย่างแออัดและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
และชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงผลิตก๊าซชีวภาพ ก็อาจต้องเผชิญปัญหากลิ่นและมลภาวะ นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าเกษตรกรบางรายอาจหันมาให้ความสำคัญกับการผลิตมูลวัวมากกว่าคุณภาพนมหรือผลิตภัณฑ์จากวัว ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหาร
อีกประเด็นที่น่ากังวล คือความคุ้มค่าทางธุรกิจ เพราะรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ระบุว่า โครงการผลิตก๊าซชีวภาพหลายแห่ง เริ่มมีปัญหาหนี้สินและผิดนัดชำระหนี้ จึงยังต้องติดตามต่อไปว่าโมเดลนี้จะคุ้มค่ากับการลงทุน และสร้างผลกระทบในระยะยาวอย่างไร
สุดท้ายแล้ว มูลวัวอาจกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานสำคัญของยุค AI แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะนอกจากการผลิตพลังงานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เทคโนโลยีเติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สธ. เดินหน้า Net Zero ดันโรงพยาบาลคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้า 100 แห่งสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตภายในปี 2569
กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้ายกระดับระบบสาธารณสุขไทยสู่ยุค "Net Zero" อย่างเป็นรูปธรรม หลังประกาศแผนเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบริการสุขภาพคาร์บอนต่ำ พร้อมตั้งเป้าให้โรงพยาบาลในสังกัดอย่างน้อย 100 แห่ง ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิต (T-VER) ภายในปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสสร้างรายได้จากการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สธ. เดินหน้า Net Zero ดันโรงพยาบาลคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้า 100 แห่งสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตภายในปี 2569

