เมื่อ นโยบาย และ เครือข่าย คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ เพื่อปลดล็อก HealthTech สตาร์ทอัพไทย
facebook Iconx Iconline Icon

การแพทย์

เมื่อ ‘นโยบาย’ และ ‘เครือข่าย’ คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ เพื่อปลดล็อก HealthTech สตาร์ทอัพไทย

Clock Icon

12 มิถุนายน 2569

ในยุคที่เทคโนโลยี AI ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบสาธารณสุข ทั้งด้านการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค ไปจนถึงการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ซึ่งประเทศไทยเองก็มีกลุ่มนักวิจัยและสตาร์ตอัพสาย HealthTech  ที่มีศักยภาพคอยขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ล้ำสมัยให้เกิดการใช้งานจริง


แต่ปัญหาที่ยังพบคือ นวัตกรรมจำนวนมากยังไม่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักของงาน Health Tech Thailand Executive Dinner 2026 โดยสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย ที่รวมสตาร์ตอัพ นักวิจัย แพทย์ และผู้กำหนดนโยบายมาหารือร่วมกัน
ในประเด็นของการผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์จากการศึกษา วิจัย และคิดค้นของคนไทย

⚫️จาก “Pain Point” สู่ “แรงผลักดัน”

เวทีเสวนา "Medical AI in Action: From Source Code to Scale" รวมนักวิจัยและแพทย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาแชร์เบื้องหลังประสบการณ์การพัฒนา และผลักดันนวัตกรรมจนใช้งานได้จริง

จุดเริ่มต้นของหลายโครงการล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก "Pain Point" ที่พบเจอ เช่น การเข้าถึงการรักษา ภาระงานที่หนักของบุคลากรทางการแพทย์ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้นวัตกรไทยสร้างสรรค์เครื่องมือที่จะทำให้ระบบสุขภาพทำงานได้ดีขึ้น

อีกปัจจัยสำคัญคือ การร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ภาครัฐ และเอกชน รวมถึงภาคส่วนอื่นๆ ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้นวัตกรรมทางการแพทย์เกิดขึ้นจริงในระบบสุขภาพของไทย

ซึ่งต้องอาศัยเครือข่ายความร่วมมือ และการสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม

⚫️ไม่ใช่เพียงแค่ “เครื่องมือที่อยู่ในห้อง Lab” แต่สร้างให้เกิดการใช้งานจริง 

ด้วยแรงหนุนจากภาครัฐ บวกกับฝีมือของนักวิจัยไทยจากภาควิชาการ และภาคเอกชนที่เป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านเครื่องมือแพทย์ ความร่วมมือนี้ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และถูกนำมาใช้งานในระบบมากขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ "Perceptra AI" สตาร์ตอัพสัญชาติไทยที่พัฒนา AI ช่วยอ่านฟิล์ม X-ray เพื่อคัดกรองโรคปอดและหัวใจ

จากการผลักดันนวัตกรรมนี้ ทำให้สามารถเข้าสู่สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ได้สำเร็จ และเตรียมขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการนำเสนอนวัตกรรมที่น่าสนใจหลายรายการ เช่น

  • AI Smart Bed พัฒนาโดยสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นเตียงอัจฉริยะที่สามารถปรับท่าทางผู้ป่วยโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง

  • DeepGI AI พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อช่วยแพทย์ในการส่องกล้องตรวจหาติ่งเนื้อและมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร

  • CE Liver พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีด้านชีววิทยาโมเลกุลและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งตับในระยะเริ่มต้น

  • RAMAAI (ระไม) พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นระบบ AI สำหรับช่วยวินิจฉัยภาพรังสีทรวงอก


นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยลดภาระของแพทย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สะท้อนให้เห็นชัดว่า HealthTech ของไทยสามารถเติบโตในระดับสากลได้ หากมี Ecosystem ที่แข็งแกร่งเพียงพอ และเมื่อสามารถผลักดันให้เกิดการใช้งานในวงกว้างได้จริง ก็อาจกลายเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยดัน_Medical_Hub_ยกระดับนวัตกรรมสู่ระดับโลก_พร้อมขยายเวลา_วีซ่าบริการสุขภาพ

ไทยดัน “Medical Hub” ยกระดับนวัตกรรมสู่ระดับโลก พร้อมขยายเวลา “วีซ่าบริการสุขภาพ”

ภาคสาธารณสุขและเทคโนโลยีของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ประกาศความพร้อมและผลักดันประเทศในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) โดยมีการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ตลอดจนการทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
สธ_ผนึก_54_หน่วยงาน_ซ้อม_M_MEX_2026_ยกระดับระบบสาธารณสุขฉุกเฉินของไทย

สธ. ผนึก 54 หน่วยงาน ซ้อม M-MEX 2026 ยกระดับระบบสาธารณสุขฉุกเฉินของไทย

clock1 วันที่แล้ว
สธ_ผนึก_54_หน่วยงาน_ซ้อม_M_MEX_2026_ยกระดับระบบสาธารณสุขฉุกเฉินของไทย

สธ. ผนึก 54 หน่วยงาน ซ้อม M-MEX 2026 ยกระดับระบบสาธารณสุขฉุกเฉินของไทย

clock2 วันที่แล้ว