
ทุกครั้งที่ภาครัฐประกาศโครงการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง หรือโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ สิ่งที่ประชาชนมักจะรู้ก็คือ ใครเป็นคนชนะการประมูล และ โครงการนี้ใช้งบประมาณเท่าไหร่ เพราะข้อมูลพวกนี้เปิดให้ดูผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP)
แต่พอเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่หลายคนอยากรู้ต่อ คือ โครงการคืบหน้าไปถึงไหน ใช้งบประมาณไปแล้วเท่าไหร่ หรือทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือเปล่า
ประชาชนควรรู้ว่า “โครงการไปถึงไหนแล้ว”
แม้ปัจจุบัน ระบบ e-GP เองก็เผยข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในระดับหนึ่ง ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดก่อนการดำเนินโครงการได้
แต่หลังจากโครงการเริ่มต้น ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานกลับกระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน และยากต่อการติดตาม ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถทราบได้ว่า
- โครงการดำเนินการถึงขั้นตอนไหน
- เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกี่งวด
- งานเป็นไปตามแผนหรือไม่
- หากเกิดความล่าช้า สาเหตุเกิดจากอะไร
การตรวจสอบจึงมักเกิดขึ้นเมื่อโครงการมีปัญหาไปแล้ว แทนที่จะสามารถติดตามได้ตลอดกระบวนการ
ก็เลยเกิดคำถามว่า ประชาชนควรมีสิทธิ์ที่จะรับรู้หรือไม่ ว่าเงินภาษีที่จ่ายไปนั้นถูกนำไปใช้กับอะไรและมีความคืบหน้าถึงไหนแล้ว
“Open Data” = ความโปร่งใสของภาครัฐ
ประเด็นนี้กำลังได้รับการผลักดันจาก คณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เป้าหมายคือการยกระดับการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) ให้ครอบคลุมตลอดวงจรของโครงการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จ ไม่ใช่เพียงช่วงก่อนการประมูล ซึ่งแนวคิดนี้ครอบคลุมข้อมูลตั้งแต่
- การอนุมัติงบประมาณ
- การจัดซื้อจัดจ้าง
- ความคืบหน้าของโครงการ
- การเบิกจ่ายงบประมาณ
- การส่งมอบงานและผลลัพธ์ของโครงการ
เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายระบบ เพื่อให้ตรวจสอบได้แบบครบวงจร
การผลักดัน Open Data ไม่ได้หมายถึงการสร้างระบบใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการเชื่อมโยงข้อมูล- จากระบบที่มีอยู่แล้วของภาครัฐ ได้แก่
- ระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- ระบบ GFMIS สำหรับการบริหารการเงินการคลังภาครัฐ
- ระบบ EVMIS ของสำนักงบประมาณ
เมื่อข้อมูลจากแต่ละหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ ประชาชนจะสามารถติดตามสถานะของโครงการได้อย่างครบถ้วนผ่านข้อมูลชุดเดียว ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ
Open Government อีกก้าวสู่มาตรฐาน OECD
ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความโปร่งใสเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด Open Government Partnership (OGP) หรือ "รัฐเปิด" ที่ส่งเสริมให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และทำให้หน่วยงานของรัฐมีความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรสาธารณะมากขึ้น
แนวคิดนี้ตั้งอยู่บน 3 หลักสำคัญ ได้แก่
1. ความโปร่งใส
2. การมีส่วนร่วมของประชาชน
3. ความรับผิดชอบของภาครัฐ
ซึ่งล้วนเป็นรากฐานของการบริหารภาครัฐยุคใหม่นอกจากนี้ การผลักดันให้ข้อมูลภาครัฐเปิดเผยและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ยังเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารราชการของไทย และสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของประเทศในการก้าวสู่การเป็นสมาชิก OECD ในอนาคตอีกด้วย
[เงินภาษีของประชาชน = ควรตรวจสอบได้]
งบประมาณของภาครัฐทุกบาทล้วนมาจากภาษีที่ประชาชนร่วมกันจ่าย ดังนั้น ประชาชนจึงควรมีสิทธิ์รับรู้และติดตามได้ว่า เงินเหล่านั้นถูกนำไปใช้อย่างไร โครงการดำเนินไปตามแผนหรือไม่ งบประมาณถูกใช้อย่างคุ้มค่าหรือเปล่า และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้จริงมากน้อยแค่ไหน
เพราะฉะนั้น Open Data จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีหรือการเปิดเผยข้อมูลเท่านั้น แต่เป็นรากฐานสำคัญของธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างภาครัฐกับประชาชน เพราะการเข้าถึงข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณไม่ควรเป็นเพียงสิ่งที่ภาครัฐเลือกเปิดเผย แต่ควรเป็น สิทธิขั้นพื้นฐาน ที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสตลอดทั้งกระบวนการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โลกออนไลน์พรากความสุขของเราไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อความเครียดเปลี่ยนเป็นการเสพติดดิจิทัล?
านวิจัยจากวารสารวิชาการ PLOS One ได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ชาวเยอรมันจำนวน 900 คน และพบว่าคนที่มีพฤติกรรมแบบ "Problematic Internet Use” หรือ พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตที่มากเกินไปจนควบคุมไม่ได้ มักมีระดับความเครียดสูงกว่าคนทั่วไป มีอารมณ์แปรปรวนง่ายกว่า และมักส่งผลกระทบเชิงลบต่อชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นงาน การเรียน หรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว

โลกออนไลน์พรากความสุขของเราไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อความเครียดเปลี่ยนเป็นการเสพติดดิจิทัล?

